ดังนั้น เธอจึงอาศัยจังหวะที่แม่คุยเรื่องงานกับเซียวชูรัน รีบเดินออกจากบ้านเก่า ไปที่ด้านในของสวน จากนั้นล้วงมือถือออกมา ส่งข้อความเสียงหาเย่เฉิน“ผู้มีพระคุณคะ คิดไม่ถึงว่าภรรยาของคุณจะแต่งงานกับคุณอย่างคลุมถุงชน!”
ทางด้าน เย่เฉินที่ขับออกมาจากเขตเหล่าเฉิงไกลแล้ว กำลังมุ่งหน้าไปยังสนามบิน
ระหว่างทาง เขายังนึกถึงเรื่องของตู้ไห่ชิง และซูจือหยูที่พบเจอกันเมื่อสักครู่ เขาอดที่คิดในใจไม่ได้ว่า“จินหลิงตอนนี้ยังดูเล็กไปหน่อย ถ้าขืนเป็นแบบนี้ต่อไป จากนี้ไปโอกาสที่จะพบเจอคนรู้จักในจินหลิงก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้ง คนที่รู้ตัวตนของตัวเองก็จะมีมากขึ้นเรื่อยๆ ในระยะยาว ในไม่ช้าเรื่องก็จะถูกเปิดเผย”
นอกจากความรู้สึกที่ว่าจินหลิงสถานที่เล็กไปหน่อย เย่เฉินยังรู้สึกว่า มีคนหลั่งไหลเข้ามาในจินหลิงมากขึ้นเรื่อยๆ จากคนทุกหนทุกแห่ง
ซูจือหยูก็มา อิโตะ นานาโกะก็มา อีกเดี๋ยวกู้ชิวอี๋ก็จะตามมา
เพียงแต่ไม่รู้ว่า หลังจากกู้ชิวอี๋แสดงคอนเสิร์ตจบ คนพวกนี้จะทำอย่างไรต่อไป
ในตอนที่เย่เฉินรู้สึกสะท้อนใจ จู่ๆเขาก็ได้รับข้อความวีแชทจากซูจือหยู เมื่อเปิดมาดู เขาก็ตกตะลึงกับเนื้อความในวีแชท
เขามองดูเวลาครู่หนึ่ง ตนพึ่งออกมาไม่ถึงห้านาที ทำไมซูจือหยูถึงแอบล้วงความลับจากปากของเซียวชูหรันออกมาได้เร็วขนาดนี้?!
เขารู้สึกสะท้อนใจถึงความฉลาดของซูจือหยู เขาตอบกลับโดยข้อความเสียงว่า“คลุมถุงชนแล้วยังไงครับ?ผมกับภรรยาถึงแม้จะแต่งงานกันแบบคลุมถุงชน แต่เราก็รักกันดี”
เมื่อซูจือหยูเห็นเย่เฉินตอบกลับข้อความเสียงกลับมา เธอก็วางมือถือแนบกับหูอยางระมัดระวัง ฟังข้อความเสียงของเย่เฉินจบ
จากนั้น เธอก็ตอบกลับเสียงเบาว่า“ผู้มีพระคุณคะ คุณอย่าโกหกฉันเลย ฉันเดาว่าคุณกับภรรยาของคุณไม่ใช่แค่คลุมถุงชน อีกทั้งพวกคุณยังไม่ได้เป็นสามีภรรยาที่แท้จริงกันด้วยซ้ำมั้ง?”
ซูจือหยูจึงกล่าวว่า“ได้ค่ะผู้มีพระคุณ ฉันจะคุยรายละเอียดกับคุณเฮ่อและคุณหงค่ะ”
พูดจบ จู่ๆเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามว่า“จริงสิคะผู้มีพระคุณ วันนี้คุณคงไม่ได้ไปรับกู้ชิวอี๋ที่สนามบินหรอกใช่ไหมคะ?!”
เมือ่เย่เฉินได้ยินอย่างนั้น จึงอดที่จะขมวดคิ้ว ถามเธอไม่ได้ว่า“ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้นล่ะ?”
ซูจือหยูกล่าวอย่างตรงไปตรงมา“ฉันรู้เรื่องที่ผู้มีพระคุณมีสัญญาหมั้นหมายกับกู้ชิวอี๋ อีกทั้งได้ยินมาว่าครอบครัวของพวกเธอไม่เคยละทิ้งความพยายามในการตามหาผู้มีพระคุณ และประกอบกับจู่ๆเธอก็เลือกจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่จินหลิง ฉันเลยเดาได้นะคะที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อตามผู้มีพระคุณมา ในเมื่อคุณกู้มาไกลขนาดนี้ ผู้มีพระคุณในฐานะเจ้าบ้าน มีเหตุผลที่จะไปรับเธอที่สนามบินอยู่แล้ว”
เมื่อเย่เฉินได้ยินดังนั้น เขาจึงอดรู้สึกสะท้อนใจไม่ได้ ซูจือหยูคนนี้ ฉลาดจริง กระทั่งฉลาดจน ทำให้หัวใจของเขาอดที่รู้สึกระแวดระวังไม่ได้!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...