20 นาทีต่อมา
ขบวนรถของซูจือเฟยก็ขับเคลื่อนมายังที่จอดรถชั้นใต้ดินของตี้เหากรุ๊ป
หวังตงเสวี่ยนเตรียมเลขาของเธอ รวมถึงผู้รับผิดชอบฝ่ายรปภ.ของตี้เหากรุ๊ปมารออยู่ที่จอดรถชั้นใต้ดินไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว
เมื่อขบวนรถมาถึง พวกเขาก็รีบเข้าไปต้อนรับอย่างสุภาพทันที จากนั้นก็พาซูจือเฟยรวมถึงคนที่ตามเขามาด้วย มาขึ้นลิฟต์ส่วนตัวที่อยู่ที่จอดรถชั้นใต้ดิน มายังชั้นบนสุดของตึกใหญ่ตี้เหากรุ๊ปโดยตรง
ซูจือเฟยรู้สึกดื่มด่ำกับความรู้สึกที่ถูกคนจำนวนมากล้อมรอบอย่างเคารพเช่นนี้มาก ตามความคิดของเขา ธุรกิจระดับแสนล้านอย่างตี้เหากรุ๊ปนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับคุณชายตระกูลซูอย่างเขาแล้วก็ควรที่จะแสดงออกเช่นตอนนี้ ที่เคารพนอบน้อมตั้งแต่หัวจรดเท้า
เลขาสาวของหวังตงเสวี่ยนเดินนำอยู่ข้างหน้า เดินไปพร้อมเอ่ยไป: “คุณชายซู รองประธานของเรารอคอยการมาเยือนที่ยิ่งใหญ่ของคุณอย่างเคารพอยู่ที่ห้องทำงานแล้ว แต่ห้องทำงานของท่านไม่ถือว่าใหญ่เท่าไร เพราะฉะนั้นต้องลำบากคนที่ติดตามท่านมาเหล่านี้แล้ว ขอรบกวนไปพักผ่อนที่ห้องประชุมข้างๆ ก่อน ฉันจะให้คนจัดเตรียมน้ำชาให้พวกเขาเอง”
ซูจือเฟยพยักหน้าเบาๆ
เขาก็ไม่อยากพาคนเข้าไปด้วยเป็นขบวน เพื่อไปเจรจาธุระในห้องทำงานเท่าไรนัก
อีกทั้ง เขาก็รู้สึกว่า ตนเองมายังบริษัทมูลค่าแสนล้านอย่างโอ่อ่าเช่นนี้แล้ว จะมีอันตรายอันใดได้
ดังนั้นเขาจึงบอกกับผู้ช่วยของตนว่า: “พวกนายไปรอฉันในห้องประชุมก่อนเถอะ”
ผู้ช่วยรีบพยักหน้า ตอบกลับทันที: “ได้เลยคุณชาย!”
ผู้ช่วยของซูจือเฟยและบอดี้การ์ดเดินเข้าห้องประชุมตามคนพาไป ส่วนเลขาสาวของหวังตงเสวี่ยนพาซูจือเฟยมายังหน้าประตูห้องทำงานของหวังตงเสวี่ยนตามลำพัง
สิ้นเสียง เธอก็รีบหันลำตัว เอ่ยว่า: “คุณชายซูเชิญเข้ามาเถอะค่ะ!”
“ครับ!” ซูจือเฟยพยักหน้า สาวเท้ายาวๆ เข้ามายังห้องทำงานหวังตงเสวี่ยน
หวังตงเสวี่ยนเอ่ยกับเลขาของเธอ: “ไปเตรียมน้ำชาที่ดีที่สุดมาให้คุณชายซู”
เลขารีบเอ่ย: “ได้เลยค่ะ รองประธาน!“
หลังจากที่เลขาจากไปแล้ว หวังตงเสวี่ยนก็เชิญซูจือเฟยเข้ามายังห้องทำงานของตนเอง เชิญให้เขานั่งบนโซฟา จากนั้นจึงเอ่ยกับเขาอย่างสุภาพ: “ไม่ทราบว่าคุณชายซูมาที่ตี้เหากรุ๊ปได้อย่างไรคะ?”
ซูจือเฟยยิ้ม เอ่ยว่า: “ช่วงนี้ผมอยู่ที่จินหลิงตลอด มีความตั้งใจที่จะลงทุนที่จินหลิงสักหน่อย ได้ยินว่าตี้เหากรุ๊ปของพวกคุณเป็นกิจการที่ใหญ่ที่สุดในจินหลิง เพราะฉะนั้นก็เลยอยากร่วมมือกับพวกคุณน่ะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...