ครอบครัวเศรษฐีในสังคมปัจจุบันนี้ อันที่จริงไม่มีความแตกต่างอะไรกับระบบศักดินาสวามิภักดิ์แห่งจักรพรรดิชนชั้นสูงเลย
มาตรฐานการจัดการฝ่ายในของทุกตระกูล เหมือนกับราชวงศ์ของราชวงศ์ศักดินา
ภายในสภาพแวดล้อมอันพิเศษแบบนี้ สิ่งที่นำมาตัดสินตำแหน่งไม่ใช่อายุ ลำดับรุ่น แต่เป็นยศตำแหน่งและอำนาจ
ก่อนยังไม่เลือกว่าใครจะเป็นองค์รัชทายาท ระหว่างกษัตริย์โดยหลักการแล้วจะมีตำแหน่งเท่าเทียมกัน เพียงแค่ในนั้นเนื่องจากมีการแบ่งแยกระหว่างผู้สูงวัยและวัยเยาว์ จึงมีความแตกต่างเล็กน้อย
ทว่า ต่อให้จะเป็นลูกชายคนโต ก็เป็นเพียงพี่ชายขององค์ชายเท่านั้น ทว่าก็ยังรุ่นเดียวกับองค์ชายคนอื่นๆ เมื่อองค์ชายท่านอื่นเห็นเขา ก็ไม่มีทางที่จะกราบสามครั้ง คำนับเก้าครั้ง
ทว่า เมื่อได้เป็นองค์รัชทายาทเป็นผู้สืบทอดตระกูลแล้ว องค์ชายคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายหรือน้องชายของเขา เมื่อเห็นเขาก็จะต้องปฏิบัติตามมารยาทของผู้น้อยเคารพจักรพรรดิ และต้องทำตามคำสั่งของเขาทุกประการ
นี่ก็คือความแตกต่างของจักรพรรดิและข้าทาส
เมื่อนำมาเปรียบเทียบกับซูจือหยูก็เหมือนกัน
ซูจือเฟยในตอนนี้เป็นพี่ชายที่เกิดจากแม่คนเดียวกัน
แต่หากซูจือหยูสืบทอดตระกูลซูต่อ ซูจือเฟยก็เป็นทาสของเธอ จะต้องทำตามที่เธอสั่งทุกประการ ต่อให้เป็นพ่อของเธอ ซูโสว่เต้า ก็เช่นกัน
ดังนั้น แม้ว่าเย่เฉินจะไว้ชีวิตซูโสว่เต้าและซูจือเฟยสองพ่อลูกนี้ ทว่าต้องรอให้ซูจือหยูสืบทอดตระกูลซูก่อน จึงจะปล่อยพวกเขาเป็นอิสระ
“แม้ว่าในใจของเขามีความไม่พอใจอยู่มากแน่นอน แต่ถ้าพิจารณาถึงอนาคตของตระกูลซู เขาหาทายาทสืบต่อท่ีดีกว่าเธอไม่ได้หรอก”
“เขาใกล้จะ 80 ปีแล้ว คำนวณเต็มๆ ก็คงเหลืออายุขัยเพียงสิบถึงยี่สิบกว่าปีเท่านั้น ในช่วงเวลานี้ อาจมีเวลาครึ่งหนึ่งที่เป็นอัมพาตอยู่กับเตียง ขาดความสามารถในการเดินเหิน กระทั่งขาดความสามารถในการคิดวิเคราะห์”
“ดังนั้น เวลาที่เขาสามารถกุมอำนาจของตระกูลซู และคุมเส้นชีวิตของตระกูลซูได้จริงๆ ก็คงมีเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ถ้าภายในเวลาสองสามปีนี้ ไม่รีบหาทายาทที่มีความสามารถสืบต่อสักคน อีกทั้งยังช่วยยึดมั่นตำแหน่งสืบทอดอย่างมั่นคงได้ เช่นนั้นหากเขาผ่านช่วงเวลาหลายปีนี้ไป ทั้งตระกูลซูก็คงเริ่มที่จะแตกแยกเป็นเสี่ยงๆ เมื่อถึงเวลานั้น เขามีความเป็นไปได้สูงที่จะนอนอยู่บนเตียง มองเห็นตระกูลซูแตกหักกับตาตัวเอง ถึงขั้นเข่นฆ่ากันเอง”
“หากมีโอกาส เธอต้องให้เขาเข้าใจความเป็นจริงนี้ ถามเขาว่า ยอมที่จะทำลายรากฐานของตระกูลซูมานานหลายทศวรรษ เพื่อความสะใจในสองสามปีสุดท้ายหรือไม่!”
ซูจือหยูรับคำสั่งสอน เอ่ยว่า: “ได้เลยผู้มีพระคุณ จือหยูเข้าใจแล้ว! ขอบคุณคุณมาก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...