เช้าวันต่อมา
เย่เฉินและเซียวชูหรันทานอาหารเช้าแล้วก็เป็นเหมือนเมื่อวาน ขับรถส่งเธอไปที่คฤหาสน์เก่าเขตเมืองเก่า
ฟังเซียวชูหรันพูด ตู้ไห่ชิงลงแรงไปเยอะกับการซ่อมแซมคฤหาสน์เก่าหลังนี้ รายละเอียดมากมายถึงขั้นไปซ่อมแซมให้ดีขึ้นอย่างไม่คำนวณเงินทุน
ในรถ เซียวชูหรันบ่นกับเย่เฉินว่า “คนที่นายเจอเมื่อวาน ลูกค้าคนนั้นของฉัน คุณน้าตู้ เดิมทีฉันทำแผนการให้เธอจำนวนสองล้านกว่า ที่จริงใช้มาซ่อมแซมคฤหาสน์เก่านั่นของเธอก็มากพอแล้ว แต่ว่าเมื่อวานเธอก็แก้ไขแผนการไม่หยุด เพิ่มงบประมาณมากขึ้นไปถึงสิบล้าน….”
พูดแล้ว เธอก็พูดอีกว่า “ฉันพบว่าคนมีเงินทำอะไรนี่ไม่คำนวณเงินเลย บ้านหลังนี้ราคาขายตามจริงคงจะไม่ถึงหนึ่งล้าน อีกอย่างรัฐบาลก็ไม่อนุญาตให้สร้างใหม่ ไม่อนุญาตให้แก้ไขภายนอกมากเกินไป ปรากฏว่าเธอก็ยังจะใช้เงินมากมายขนาดนี้มาซ่อมบำรุงภายใน สิบล้านแทบจะสามารถซื้อทั้งซอยนั่นได้แล้ว ไม่เข้าใจเลยจริงๆ…”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย พูดว่า “อาจจะเพราะคฤหาสน์เก่าหลังนี้มีความหมายพิเศษกับเขาละมั้ง เพราะงั้นคนเขาเลยอยากจะใช้เงินมาซ่อมแซมให้มันดีหน่อย ก็เป็นสิ่งปกติ”
“ใช่” เซียวชูหรันพูด “คุณน้าตู้บอกว่าอยากจะใช้ชีวิตวัยชราที่นี่ แต่ฉันฟังสำเนียงของเธอแล้วเหมือนจะเป็นคนฝั่งเย่นจิง ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เลือกมาใช้ชีวิตวัยชราที่เมืองจินหลิงของพวกเรา”
พูดแล้ว เซียวชูหรันก็พูดอีกว่า “ใช่สิ ได้ยินมาว่าลูกสาวคนนั้นของคุณน้าตู้ก็จะมาอยู่กับเธอที่นี่ สำเนียงพูดของลูกสาวเธอก็เป็นฝั่งเย่นจิง”
เย่เฉินพยักหน้า พูดว่า “ที่จริงแล้วใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองจินหลิงดีกว่าที่เย่นจิงเยอะเลย สถานที่อย่างเย่นจิง ฤดูร้อนร้อนยิ่งกว่าภาคใต้ ฤดูหนาวก็หนาวมาก ฤดูใบไม้ผลิก็สั้นมาก ปกติผ่านช่วงเดือนสิบก็เข้าฤดูหนาวเลย ช่วงเดือนสามสี่ถึงจะกลับมาอุ่น ที่สำคัญที่สุดคืออากาศแห้งมาก ลมพัดแรงทั้งวัน หลายปีก่อนยังมีพายุทรายอีกด้วย สองปีมานี้ถึงจะดีขึ้นหน่อย แต่ว่าสภาพแวดล้อมต่างๆก็แย่กว่าภาคใต้มาก เธอดูสิเมืองจินหลิงของพวกเราดีแค่ไหน อากาศเย็นชื้น สี่ฤดูแยกชัดเจน”
“โอเค” เซียวชูหรันไม่รู้ว่าเย่เฉินกำลังพูดลวกๆไปงั้น จึงได้พยักหน้าพูดว่า “เดี๋ยวถ้าไปถึงแล้ว ฉันไปบอกกับคุณน้าตู้”
เย่เฉินส่งเซียวชูหรันถึงหน้าประตูคฤหาสน์เก่า ตู้ไห่ชิงเดินออกมาจากลานบ้านพอดี เห็นว่าเซียวชูหรันลงจากรถ ก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ชูหรันมาแล้วหรอ”
เซียวชูหรันพูดด้วยรอยยิ้มว่า “สวัสดีค่ะคุณน้าตู้ ฉันได้ทำการแก้ไขแผนการครั้งก่อนอีกแล้ว เดี๋ยวคุณดูสักหน่อยนะคะ”
“ได้เลย!” ตู้ไห่ชิงพยักหน้า แล้วโบกมือกับเย่เฉินที่นั่งอยู่ที่นั่งคนขับ พูดยิ้มๆว่า “สวัสดีค่ะคุณเย่ เจอกันอีกแล้วนะคะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...