เย่เฉินเผชิญหน้าเข้ากับเฉินตัวตัว ไม่คิดเลยว่าเฉินตัวตัวดูเหมือนว่าจะอึ้งไป ดังนั้นจึงจงใจกระแอมออกมา “แอะแฮ่ม สวัสดีครับคุณเฉิน”
เฉินตัวตัวเพิ่งรู้สึกตัวในเวลานี้ เมื่อนึกถึงว่าเมื่อกี้ตัวเองจ้องหน้าที่หล่อเหลานั่นของเย่เฉินอยู่นาน รู้สึกอายขึ้นมาทันที ถามออกไปอย่างประหม่าว่า “โอ๊ย นาย… นายอยู่ที่นี่ได้ยังไง…..”
“ฉันมารับหนานหนานครับ” เย่เฉินเห็นเธอทำตัวไม่ถูก จึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เธอจะกลัวขนาดนี้ทำไมกัน ฉันไม่กินเธอสักหน่อย?”
เฉินตัวตัวลูบหน้าอก สงบสติอารมณ์ แล้วจงใจพูดกับเย่เฉินอย่างเสียงดังว่า “นายไม่กินฉันหรอก ฉันกลัวว่าฉันพูดอะไรผิดไปแล้วนายได้ยิน ยัยผู้หญิงดุในห้องนั่นจะกินฉันนะสิ!”
กู้ชิวอี๋ได้ยินคำพูดของเฉินตัวตัว จึงได้ถามออกไปว่า “ตัวตัว เธอคุยกับใครอยู่? เธอบอกว่าใครเป็นผู้หญิงดุกัน? กวนตีนใช่มั้ย!”
พูดจบ ก็รีบวิ่งออกมา เมื่อเห็นเย่เฉิน ตาก็เป็นประกายทันที ผู้อย่างตื่นเต้นว่า “พี่เย่เฉิน พี่มาแล้วทำไมไม่บอกกับฉันสักคำละคะ?”
จากนั้น ไม่รอให้เย่เฉินตอบ ก็พูดกับเฉินตัวตัวว่า “โอ๊ยตัวตัวเธอรีบไปเถอะ อย่าได้เสียเวลาทำงาน เร็วเข้า รีบๆ ระวังความปลอดภัยไว้ละ”
พูดจบก็รีบจับแขนของเย่เฉินไว้ พูดกับเย่เฉินว่า “พี่เย่เฉินคะพี่เข้ามานั่งก่อน รอฉันเดี๋ยวนึง ฉันแต่งหน้านิดหน่อยแล้วพวกเราก็ไปกัน!”
เมื่อเห็นว่าเย่เฉินถูกกู้ชิวอี๋ลากเข้าห้อง แล้วปิดประตูห้อง เฉินตัวตัวทนไม่ไหวที่จะพึมพำเสียงเบาอย่างไม่พอใจว่า “เห็นผู้ชายดีกว่า!เห็นผู้ชายดีกว่าจริงๆ!”
พูดจบถึงได้ลากกระเป๋าเดินทางจากไปอย่างไม่พอใจคนเดียว
ในห้อง กู้ชิวอี๋ดึงเย่เฉินไว้ กดเขาลงที่โซฟา เอ่ยปากพูดว่า “พี่เย่เฉินรอฉันอีกไม่กี่นาทีนะ เดี๋ยวฉันก็เสร็จแล้ว”
พูดจบก็วิ่งเข้าไปในห้องน้ำ
ทางด้านเย่เฉินล้วงเอาโทรศัพท์โทรหาเฉินจื๋อข่าย ยืนยันว่าขบวนรถได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นจึงได้รอกู้ชิวอี๋เตรียมตัวเสร็จ แล้วก็ออกจากห้องไปพร้อมกับเธอ
ที่เขามีสีหน้าท่าทางแบบนี้ได้ เป็นเพราะผลลัพธ์ของยาอายุวัฒนะทั้งนั้น
แต่ว่า หลินหว่านชิวที่อยู่ข้างกายของกู้เย้นจง เมื่อถูกเขาเปรียบเทียบอย่างนี้แล้ว สีหน้าท่าทางดูค่อนข้างอ่อนล้า
ที่จริงแล้ว แม้หลินหว่านชิวอายุจะเกือบห้าสิบปีแล้ว แต่เนื่องจากการบำรุงดูแลอย่างดี ปกติดูแล้วก็เหมือนว่าอายุแค่สี่สิบปี หากยืนอยู่ด้วยกันกับกู้ชิวอี๋ ดูไม่เหมือนแม่ลูกเลย ดูเหมือนคู่พี่น้องมากกว่า
แต่ว่า สีหน้าท่าทางของตัวเธอที่ปรากฏออกมา กลับดูแย่กว่ากู้เย้นจงที่อายุมากกว่าไม่น้อยเลย เหมือนกับว่าเจ็บป่วยอยู่
เย่เฉินนึกถึงคำพูดที่กู้ชิวอี๋เคยพูดกับเขา ช่วงนี้หลินหว่านชิวคอยช่วยเหลือกู้เย้นจงอย่างเต็มกำลังอยู่ตลอด คิดดูแล้วน่าจะเพราะงานที่ยุ่งทำให้ร่างกายและพลังงานของร่างกายแย่ลง
สองสามีภรรยาเพิ่งเดินลงจากลิฟต์โดยสาร กู้ชิวอี๋ก็ทนไม่ไหวจับมือของเย่เฉิน รีบเดินเข้าไปหา

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...