เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เฉิน หลินหว่านชิวไม่เพียงแต่ตื่นเต้นและดีใจ แต่ขอบตากลับแดงก่ำขึ้นมาด้วย
เธอถูกเย่เฉินหวั่นไหวแล้วจริงๆ
แม้ฝันก็คาดไม่ถึง เย่เฉินจะเอายาอายุวัฒนะออกมาให้เพราะความเหนื่อยล้าจากการทำงานของตัวเอง ความใจกว้างนี้ ไกลเกินความรู้ของคนธรรมดาทั่วไปอย่างเธอ
แม้ว่าตระกูลกู้จะมีเงินเยอะมาก และความสามารถของตัวหลินหว่านชิวและทางบ้านตัวเองจะไม่ธรรมดา
แต่ว่า ยิ่งมีเงิน หลินหว่านชิวก็ยิ่งเข้าใจ ว่าเงินไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดบนโลกใบนี้ แต่เป็นสิ่งที่แม้ว่าจะมีเงินมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถซื้อได้ ถึงจะเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดบนโลกใบนี้
สำหรับคนจนที่มีปัญหาแม้กระทั่งการใช้ชีวิตปกติ แม้เขาจะรู้ดีว่างานนี้ จะทำร้ายร่างกายของเขาเองอย่างหนัก แต่เพื่อเลี้ยงปากท้องครอบครัว เขาก็ยินดีจะใช้ความแข็งแรงของตัวเองไปแลกกับเงินตอบแทนนี้
แต่สำหรับเศรษฐีร่ำรวยที่มีอิสระในการใช้เงินอย่างนี้แล้ว สิ่งที่พวกเขากลัวมากที่สุด ก็คือทุกสิ่งอย่างที่ทำร้ายร่างกาย
อีกอย่างพวกเขาก็ไม่รีรอที่จะลงทุนเงินจำนวนมาก เพียงเพื่อให้ร่างกายของตัวเองแข็งแรงมากขึ้น ให้ตัวเองมีชีวิตอยู่ได้มากขึ้นไม่กี่ปีไม่กี่เดือน หรือถึงขั้นเพียงแค่ไม่กี่วันเท่านั้น
แต่ว่า บางครั้งเงินก็ไม่สามารถทำได้ทุกอย่าง
แม้จะเป็นเศรษฐีพันล้าน เมื่อมีอายุถึงห้าหกสิบปี ก็ไม่สามารถหยุดยั้งให้ร่างกายตัวเองแก่ตัวลงได้ ไม่สามารถหยุดยั้งพลังกายและใจของตัวเองที่ลดลงได้
ดังนั้น จากที่เขาลังเลไปสักพัก ก็เอ่ยปากพูดว่า “เฉินเอ๋อ นายใส่ใจกับพวกเราทั้งสามคนขนาดนี้ ลุงรู้สึกขอบคุณเป็นอย่างมาก แต่ของขวัญชิ้นนี้มันล้ำค่ามากเกินไปจริงๆ ลุงรับไว้ไม่ไหวจริงๆ…”
พูดถึงนี่ เขาอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจทีหนึ่ง แล้วพูดว่า “เพียงแค่ช่วงนี้สภาพร่างกายของน้าหลินของนายไม่ดีจริงๆ ทุกครั้งที่เห็นเธอเครียดกับงานอยู่ทุกวัน ในใจของฉันก็เอ็นดูมาก เพราะงั้นฉันก็ขอหน้าด้านช่วยน้าหลินของนายรับน้ำแก้วนี้ไว้ ส่วนที่เหลือสองแก้วนายก็เก็บไว้เองเถอะ!”
เย่เฉินได้ฟังแล้วก็ส่ายหัวอย่างจนใจ พูดว่า “ลุงกู้ครับ เมื่อกี้คุณยังบอกให้ผมอย่าได้เห็นเป็นคนนอกกันมากเกินไป แล้วกลับกันตอนนี้คุณก็มาเห็นเป็นคนนอกกับผมเองแล้ว ผมบอกแล้วไงครับ ยาอายุวัฒนะเม็ดนี้ให้กับคุณและน้าหลิน รวมทั้งหนานหนาน แม้ว่าคุณจะไม่เป็นห่วงตัวเอง ไม่คิดถึงตัวคุณเอง ก็จะต้องเป็นห่วงหนานหนานด้วยสิครับ เดี๋ยวเธอก็จะต้องเปิดงานคอนเสิร์ตหลายแห่งทั่วโลกแล้ว วิ่งไปวิ่งมาจะต้องเหนื่อยล้ามากแน่นอน ถึงตอนนั้นถ้าหากว่าเหนื่อยจนเป็นอะไรขึ้นมา พวกเราทุกคนก็คงต่างจะเสียใจกันทีหลัง แล้วตอนนี้คุณจะมาเกรงใจกับผมทำไมกันละครับ?”
กู้ชิวอี๋รีบพูดว่า “พี่เย่เฉิน ฉันยังโอเคหน่า ฉันยังอ่อนวัยขนาดนี้ เหนื่อยหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...