หลินหว่านชิวเงยหน้ามองกระจกเคลือบแก้วเก็บความเป็นส่วนตัวในห้อง จากแสงหักเหของการเคลือบ มองดูตัวเองในนั้น ก็ตกใจจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ตามมาด้วย ดวงตาก็เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างไม่รู้ตัว จึงทำให้ภาพตัวเองที่สะท้อนในกระเบื้องมัวเบลอขึ้นมา
กู้เย้นจงรีบเข้าไปกอดเธอไว้เบาๆ ส่วนเธอกลับมุดหน้าลงไหล่ของกู้เย้นจงแล้วสะอึกสะอื้นขึ้นมา
กู้เย้นจงเอ่ยปากพูดปลอบว่า “เธอดูเธอสิ อ่อนวัยลงเยอะมากขนาดนี้ในพริบตา ผู้หญิงมากมายฝันก็ทำไม่ได้ แล้วทำไมเธอถึงได้ร้องไห้ละ?”
หลินหว่านชิวสะอื้นพูดว่า “ฉันตื่นเต้นมากเกินไป….ตื่นเต้นจนแบ่งแยกความฝันกับความจริงไม่ออกไปชั่วขณะ….อีกอย่าง ฉันก็ไม่เคยหลับฝันถึงฝันที่งดงามขนาดนี้…เหล่ากู้ คุณบอกกับฉันสิ นี่คือความจริงหรือความฝันกันแน่?”
กู้เย้นจงพูดด้วยรอยยิ้มว่า “นี่ไม่ใช่ฝันแน่นอนอยู่แล้ว เธอลืมแล้วหรอ ตอนนั้นเฉินเอ๋อรักษาฉันหายได้ยังไง? ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งที่เก่งที่สุดทั่วโลกต่างก็บอกว่าฉันต้องตายแน่ ฉันถึงขั้นเตรียมใจเตรียมตัวที่ชีวิตจะเหลือเพียงแค่เดือนเดียวไว้แล้ว แต่เธอดูฉันในตอนนี้สิ หายดีไปนานแล้ว ไม่เพียงแค่หายดีเท่านั้น ร่างกายก็ดีขึ้นกว่าแต่ตอนเยอะมาก!นี่ล้วนเป็นความจริงทั้งนั้น เพราะเฉินเอ๋อทั้งนั้น!”
หลินหว่านชิวพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็มองไปยังเย่เฉิน พยายามกลั้นน้ำตาไว้ พูดอย่างตื้นตันว่า “เฉินเอ๋อ น้าไม่รู้จริงๆว่าจะขอบคุณนายยังไงดี…”
เย่เฉินพูดยิ้มๆว่า “น้าหลินครับ ต่อไปคุณมีอายุยืนยาว ก็คือการขอบคุณที่ดีที่สุดสำหรับผมครับ”
หลินหว่านชิวรู้สึกตื้นตันใจอย่างที่สุด เช็ดน้ำตาที่ไหลรินไปด้วย และพยักหน้าไปด้วย พูดอย่างจริงจังว่า “แน่นอน…จะต้องอายุยืนยาวแน่นอน….มีลูกที่ดีอย่างนายและหนานหนาน ฉันและลุงกู้ของนายจะต้องพยายามมีชีวิตอยู่ให้ยาวนานสักหน่อย น้อยลงแค่วันเดียวก็ถือเป็นการสูญเสียอย่างมหาศาล….”
กู้เย้นจงตกใจสะดุ้ง กลัวมากว่าเย่เฉินจะเทสิ่งที่ล้ำค่าขนาดนี้ทิ้งจริงๆ จึงได้รีบพูดว่า “อย่าเทๆ!อย่าได้ทำลายข้างของเด็ดขาดเลยนะ!”
หลินหว่านชิวเองก็รู้สึกได้ว่า ถ้าหากเกรงใจมากเกินไปก็จะทำให้เย่เฉินรู้สึกว่าห่างเหินเห็นเป็นคนนอก ดังนั้น เธอจึงจับมือของกู้เย้นจง แล้วพูดกับเขาว่า “เหล่ากู้ นี่เป็นความหวังดีที่เฉินเอ๋อมีต่อพวกเรา คุณอย่าได้ผลักดันทิ้งแล้วเลย อีกอย่าง พวกเราต่างก็เป็นครอบครัวเดียวกัน อย่าได้ทำให้เฉินเอ๋อรู้สึกว่าพวกเราเห็นเขาเป็นคนนอกเลย”
กู้เย้นจงพยักหน้าเบาๆ พูดเสียงทุ้มว่า “ที่เธอพูดก็ถูก ฉันเข้าใจแล้ว….”
พูดจบ กู้เย้นจงก็รีบรับแก้วน้ำมา รวบรวมความกล้า ดื่มน้ำจนหมด!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...