ในเวลานี้กู้ชิวอี๋ที่อยู่ข้างกายมองเย่เฉินด้วยรอยยิ้ม เอ่ยปากถามว่า “พี่เย่เฉินคะ เด็กสองคนนี้ดูคุ้นตามั้ย?”
เย่เฉินพยักหน้า พูดว่า “คุ้นตา แล้วยังคุ้นตาอย่างมากด้วย แต่ก็คิดไม่ออกในทันทีว่าเคยเจอที่ไหน”
หลินหว่านชิวที่อยู่ด้านข้างพูดอย่างยิ้มแย้มว่า “เด็กโง่ นี่ก็นายกับหนานหนานไม่ใช่รึไง? นี่ก็คือตอนที่พวกเธอสองคนยังเด็ก แล้วยังเป็นวันเกิดอายุหกขวบของนายด้วย!”
เย่เฉินอดที่จะพูดอย่างตกใจไม่ได้ว่า “ใช่หรอครับ? ผมก็ว่าทำไมดูแล้วคุ้นตาขนาดนี้ แต่ว่าผมไม่มีความทรงจำในตอนนั้นเลยสักนิดเดียวแล้ว”
หลินหว่านชิวพยักหน้า หยิบเอาอัลบั้มรูปภาพเล่มหนึ่งออกมาจากกระเป๋าถือของตัวเอง จากนั้นก็เปิดอัลบั้ม หารูปภาพเก่าที่ดูเหลืองแล้วออกมาใบหนึ่ง ยื่นให้เย่เฉิน
เย่เฉินรับมาดู ก็พบเห็นอย่างประหลาดใจ ในรูปภาพ ก็คือตัวเองกับกู้ชิวอี๋ อีกอย่างเสื้อผ้าหน้าตา ท่าทางรวมทั้งสีหน้าของทั้งสองคน ก็เหมือนกับตุ๊กตาฟองดองท์บนเค้กเป๊ะเลย
หลินหว่านชิวที่อยู่ด้านข้างพูดยิ้มๆว่า “วันนั้นหลังจากที่หนานหนานร้องเพลงวันเกิดให้นายจบแล้ว ก็เอาแต่งอแงบอกว่าจะแต่งงานเป็นภรรยานาย เดิมทีนายก็บอกว่าไม่ตกลง แต่ว่าพ่อแม่นายกับฉันบอกกับนายว่า ให้นายโตขึ้นแล้วมาแต่งงานกับหนานหนานไปเป็นภรรยาของนาย ดังนั้นสีหน้าของนายจึงดูน้อยใจ บอกว่านายไม่อยากจะแต่งกับแมลงตามตูดที่คอยเกาะติดนายทั้งวัน จากนั้นตอนที่จะถ่ายรูปให้กับพวกนายสองคน นายก็ดูไม่มีความสุขเท่าไหร่ เลยเป็นท่าทางแบบนี้”
เย่เฉินมองดูรูปภาพ ไม่ได้สติอยู่นาน
เรื่องราวมากมายในตอนนั้นเขาล้วนจำได้ แต่ว่าเรื่องราวในตอนนั้นมีเพียงแค่รูปร่างจางๆในสมองเขาเท่านั้น ภาพที่เกี่ยวข้องในนี้มัวมองจนแทบจะหาความทรงจำไม่เจอแล้ว
ที่สำคัญก็เป็นเพราะว่า หลังจากที่พ่อแม่ของตัวเองตายจากไป เขาก็สูญเสียช่องทางการเรียกคืนความทรงจำไปโดยสิ้นเชิงแล้ว
กู้ชิวอี๋พูดยิ้มๆว่า “นี่คืออาจารย์เค้กฟองดองท์ที่เก่งที่สุดของเย่นจิงทำ คนที่ไปเข้าคิวหาเธอให้ทำเค้กฟองดองท์ นับก็นับไม่ไหว อีกอย่างส่วนมากก็ล้วนเป็นเศรษฐีที่มีชื่อเสียง หรือดารา ฉันนัดทำเค้กวันเกิดนี้กับเธอ นัดไว้หลายเดือนแล้ว ให้พ่อแม่ของฉันเอามาไกลขนาดนี้ ก็เพื่อเซอร์ไพรส์ให้กับพี่”
เย่เฉินมองดูตุ๊กตาบนเค้ก มองดูท่าทางของตัวเองและกู้ชิวอี๋ที่เต็มไปด้วยความไร้เดียงสา ในใจรู้สึกซับซ้อน ถึงขั้นขอบตาร้อนขึ้นและเปียกชื้นขึ้นเล็กน้อย
ดังนั้น เขาจึงรีบยิ้มล้อเล่นว่า “โอ๊ย ตุ๊กตานี้ทำได้สวยงามขนาดนี้ ฉันไม่กล้ากินเลย”
กู้ชิวอี๋พูดยิ้มๆว่า “พี่เย่เฉิน เดิมทีตุ๊กตานี้ก็ไม่ได้ไว้ให้พี่กิน ให้พี่เก็บไว้เป็นที่ระลึก นอกจากตุ๊กตาฟองดองท์แล้ว อย่างอื่นล้วนกินได้หมด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...