กู้เย้นจงมองดูภรรยาของตัวเอง มีความตะลึงเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะชื่นชมว่า “ที่รัก ตอนนี้ฉันมองเธอ มีความรู้สึกเหมือนตอนที่พวกเราเพิ่งแต่งงานกันมากเลย….”
หลินหว่านชิวยิ้มเล็กน้อย พูดอย่างเขินอายนิดหน่อยว่า “เด็กๆต่างก็อยู่นะ อย่าพูดมั่ว….”
กู้เย้นจงพูดอย่างเอาจริงเอาจังว่า “ที่ฉันพูดล้วนมาจากใจจริงนะ!”
พูดแล้ว เขาก็ล้วงเอากระเป๋าสตางค์ของตัวเองออกมา หลังจากที่เปิดออกแล้ว ช่องใส่บัตรหน้าใสที่อยู่ด้านนอกสุด ใส่รูปคู่ของทั้งสองคนในวัยหนุ่มสาวไว้
กู้เย้นจงยื่นรูปภาพไปไว้ตรงหน้าเย่เฉินและกู้ชิวอี๋ เอ่ยปากพูดว่า “พวกเธอดูสิ ฉันพูดความจริงมั้ย?”
เย่เฉินมองไปยังรูปถ่ายใบนั้น หลินหว่านชิวในรูปน่าจะประมาณยี่สิบหกเจ็ด แต่ว่าเธอในตอนนั้น เอนไปทางผู้ใหญ่ แม้ว่าจะเป็นรูปภาพเก่า ก็ดูน่าหวั่นไหวอย่างผิดปกติ เธอในตอนนั้น เทียบกับกู้ชิวอี๋ในตอนนี้ ความสง่าดูมีมากกว่า
กู้ชิวอี๋ที่อยู่ด้านข้างมองรูปภาพเก่าของแม่ พูดออกมาว่า “แม่คะ ตอนแม่ยังสาวสวยมากจริงๆ ถึงแม้ว่ารูปนี้หนูจะเคยดูหลายครั้งแล้ว แต่ทุกครั้งที่เห็น ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมสักหน่อย….”
หลินหว่านชิวพูดยิ้มๆว่า “อย่ามาพูดยอแถวนี้นะ พูดอย่างหน้าซื่อใจคดนะ พวกนั้นล้วนเป็นวัยเยาว์ที่หายไปแล้ว พวกเธอถึงจะเป็นช่วงอายุวัยเยาว์สิ”
พูดถึงนี่ หลินหว่านชิวอดพูดถอนใจไม่ได้ว่า “ในตอนนั้นนะ แม่นายใส่เสื้อผ้าอะไร ในวงการคนมีชื่อเสียงในเย่นจิงก็จะรีบทำการคลั่งขึ้นมาทันที ในตอนนั้น แม่ของนายก็คือกังหันลมของวงการคนมีชื่อเสียงในเย่นจิง เธอใส่อะไร สวมอะไร คนอื่นๆก็แทบจะรีบหาวิธีซื้อมาเลียนแบบ…”
กู้ชิวอี๋ถามอย่างประหลาดใจมากว่า “แม่คะ ที่แม่พูดล้วนเป็นความจริงหรอคะ?”
“แน่นอน!” หลินหว่านชิวพูดอย่างจริงจังว่า “ตอนนั้นพวกเรากับโลกยังไม่ได้ทำการเดินเส้นทางเดียวกันอย่างแท้จริง ข่าวในและนอกประเทศก็ยังมีความแตกต่างกันมากอยู่ ไม่เหมือนกับตอนนี้ เครือข่ายข้อมูลพัฒนามากขนาดนี้ โดยพื้นฐานแล้วภายในและนอกประเทศไม่มีเครือข่ายข้อมูลอะไรต่างกันแล้ว”
พูดถึงนี่ จู่ๆหลินหว่านชิวก็นึกขึ้นอะไรบางอย่างขึ้นได้ ถามเย่เฉินว่า “ใช่สิเฉินเอ๋อ นายเคยคิดบ้างมั้ย ว่าจะไปอเมริกาเพื่อเจอกับคุณตาคุณยายของนาย?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...