ดังนั้น แบ่งให้นายหญิงใหญ่เดือนละแปดพัน ก็ไม่ถือว่าเป็นภาระเท่าไหร่
ที่สำคัญไปมากกว่านั้น อีกสองเดือนพ่อกับพี่ชายของเธอก็จะหายเป็นปกติแล้ว พอถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะสามารถหางานทำเพื่อเลี้ยงครอบครัวได้ แบบนั้นคงลดความกดดันและแบ่งเบาภาระช่วยเธอได้เยอะ
ด้วยเหตุนี้ เธอจึงพยักหน้า “แปดพันก็แปดพัน แต่คุณย่าต้องจำคำสัญญาของคุณย่าเอาไว้ให้ดีๆ ว่าจะไม่เข้ามาก้าวก่ายชีวิตและอิสระของฉันอีก! แล้วก็ หลังจากที่พ่อกับพี่ได้งานทำ ฉันจะส่งให้ที่บ้านแค่สามพันเท่านั้น!ถ้าคุณย่าไม่ตกลง ฉันก็จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก!”
นายหญิงใหญ่เซียวรีบตอบตกลง “ได้ ต่อไปนี้ย่าจะไม่ก้าวก่ายอิสระของแกอีก!”
เซียวเวยเวยดึงเข็มขัดในมือของอีกฝ่ายกลับมา แล้วมองอยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน
ตอนแรกเธอว่าจะแอบวางไว้ในกล่องจดหมายเงียบๆ แล้วค่อยส่งข้อความไปบอกเย่เฉิน
แต่ตอนนี้คุณย่าอยู่ด้วย เธอไม่อยากทำเรื่องพวกนี้ต่อหน้าคุณย่า
อีกอย่าง ท่าทีของเย่เฉินเมื่อสักครู่ มันทำให้เธอรู้สึกได้ถึงความห่างเหินที่เย่เฉินมีต่อเธอและครอบครัวของเธอ
พอคิดขึ้นมาแล้ว เย่เฉินคงจะแค่ช่วยเธอไปงั้นๆ ขณะที่ในใจยังคงรักษาระยะห่างขีดเส้นกั้นกับเธอตลอดเวลา
ในเมื่อเป็นอย่างนี้ ถ้าจู่ๆเธอส่งของขวัญให้เขา กลัวก็แต่ว่าจะเป็นการพลิกโอกาสให้เป็นวิกฤติ สร้างความรำคาญใจให้เขาเสียมากกว่า
คิดมาถึงตรงนี้ เธอก็ถอนหายใจออกมาเงียบๆ เอ่ยพูดกับนายหญิงใหญ่เซียวว่า “เอาล่ะคุณย่า เรากลับบ้านได้แล้ว”
นายหญิงใหญ่เซียวพยักหน้าอย่างฮึดฮัด แล้วเดินตามหลังเซียวเวยเวยไป เดินกลับบ้านตัวเองไปพลาง พร่ำบ่นไปพลาง “เวยเวย ย่าไม่อยากโทษแกหรอกนะ แต่เรื่องเย่เฉินน่ะ ทำไมแกไม่บอกย่าให้เร็วกว่านี้หน่อย? ถ้าแกบอกย่าตั้งแต่แรก ย่าก็คงไม่วิ่งมาหาเรื่องอย่างนี้หรอก…..”
“ทำไมล่ะคุณย่า?” เซียวไห่หลงแปลกใจเป็นอย่างมาก รีบเอ่ยพูดว่า “คุณย่าวิเคราะห์เองไม่ใช่หรือไง? ไหนจะพูดว่ายอดหญ้าไหวจึงรู้ทิศทางลม แล้วยังพูดว่าเมื่อก่อนหัวกระไดไม่เคยแห้ง แล้วไหนจะพูดว่าตอนนี้เงียบอย่างกับเป่าสาก สำนวนสุภาษิตพวกนี้คุณย่าเป็นคนพูดมันออกมาเองนะ ทำไมจู่ๆมาบอกว่าผมเพ้อเจ้อแบบนี้ล่ะ?”
นายหญิงใหญ่เซียวพูดอย่างหงุดหงิด “ฉันพูดแล้วมันทำไม? พูดแล้วมันผิดกฎหมายเหรอ!”
เซียวฉางเซียนพูดขึ้นเพื่อคลี่คลายบรรยากาศ “แม่ แม่ก็อย่าถือสาไห่หลงเลย เขาหัวรั้นมาตั้งแต่เด็ก แถมยังไม่เคยเรียนหนังสือ สำนวนสุภาษิตที่เขารู้จัก มีน้อยจนแทบจะนับนิ้วได้ สู้แม่ไม่ได้หรอก”
เมื่อเขาพูดจบ ท่าทางของนายหญิงใหญ่เซียวจึงอ่อนลง เขาจึงรีบเอ่ยถามว่า “แม่ ไหนแม่ลองบอกมาสิ ไอ้เลวเย่เฉินนั่นทำไมถึงไม่มีทางถังแตก?”
นายหญิงใหญ่เซียวถอนหายใจออกมา เอ่ยพูดอย่างเอื่อยๆ “เอาจริงๆแล้วเรื่องนี้ ฉันคาดการณ์ผิดไปเองแหละ เย่เฉินน่ะเก่งกาจมากๆ ก่อนหน้านี้เวยเวยไม่เคยบอกเราเลย ว่าแท้ที่จริงคนที่ช่วยเหลือและยกบบริษัทโมเดลลิ่งซ่างเหม่ยให้เวยเวยดูแล ก็คือเย่เฉินนี่แหละ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...