ในตอนนี้เองเซียวเวยเวยก็เอ่ยพูดขึ้นมา “นี่พี่ พี่เองก็ใกล้จะสามสิบอายุปูนนี้แล้ว อย่ามองปัญหาเหมือนเด็กอย่างนี้สิ พี่ต้องรู้จักแยกแยะถูกผิด และยอมรับความจริง!”
เซียวเวยเวยพูดอย่างขุ่นเคือง “ครอบครัวของเราเปลี่ยนไปไม่เหมือนในอดีตแล้ว ในสถานการณ์อย่างนี้ มีแค่ต้องรอให้พี่กับพ่อหายดี แล้วหลังจากนั้นก็ต้องออกไปหางาน เพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้องคนในครอบครัว ถ้าพี่ยังไม่รู้จักโตเป็นผู้ใหญ่ และยังขาดสติในการแยกแยะผิดชอบชั่วดีอยู่ล่ะก็ ในอนาคตพี่จะยืนด้วยตัวเองในสังคมได้ยังไง? ในวันข้างหน้าพี่ต้องมีครอบครัว ต้องมีการมีงาน และต้องมีลูกเพื่อสืบทอดทายาทนะ!พี่คงไม่คิดจะตัวเลื่อนลอยเหมือนอย่างตอนนี้ตลอดไปหรอกใช่ไหม?”
คำพูดของเซียวเวยเวย จี้จุดเบื้องลึกในใจของเซียวไห่หลงเข้าอย่างจัง
เขารู้ดีว่าเขามันอ่อนหัด ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่อง เก่งแต่กินอย่างเดียว
เมื่อก่อนเขามีตระกูลเซียวคุ้มกะลาหัว เขาจึงกินอิ่มนอนหลับไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล แถมยังปีกกล้าขาแข็งเพราะถือได้ว่าเป็นลูกคนรวย
แต่ว่าตอนนี้ ทุกอย่างกลับไปที่ศูนย์
ต่อไปนี้ไม่มีอะไรคุ้มกะลาหัวเขาได้อีกต่อไป และเขาก็ไม่สามารถนั่งกินลมกินแล้งได้อีกแล้ว ถ้ายังทำตัวเลื่อนลอยอยู่แบบนี้ สักวันก็คงเป็นเหมือนพวกกะล่อนปลิ้นปล้อนที่แก่แล้วยังหาคู่หมายไม่ได้ เสียเวลาไปทั้งชีวิต
น่าสมเพช น่าอนาถ และไร้ทางเยียวยา
คิดมาถึงตรงนี้ จู่ๆเซียวไห่หลงก็รู้สึกเสียใจ เขาเพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ ว่าแม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าอนาคตข้างหน้าเขาจะไปอยู่ตรงไหน ทางข้างหน้ามันมืดมนไปหมด
เขาคิดในใจอย่างสิ้นหวัง “ตอนนี้น้องสาวมีการมีงานทำเพราะได้รับความช่วยเหลือจากเย่เฉิน ทั้งยังเป็นงานที่มีอนาคตก้าวไกล….”
เซียวฉางเฉียนที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นท่าทางของเซียวไห่หลง ก็อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้ “เอาล่ะ หยุดพูดเรื่องนี้ได้แล้ว เรื่องของแม่แกในตอนนั้น พวกเราเป็นฝ่ายผิดจริงๆนั่นแหละ ตอนนั้นเราทำให้หม่าหลันเสียเงินมากมายบนโต๊ะพนัน ถ้าตอนนั้นเรื่องนี้ไปถึงหูตำรวจ คดีที่เกี่ยวกับเงินมหาศาลขนาดนี้ ก็มากพอให้ฉันกับแม่แกติดคุกได้แล้ว ดังนั้นถ้าพูดกันตามความจริง แค่นี้ก็ถือว่าเย่เฉินให้โอกาสเรามากๆแล้ว….”
พูดจบ เขาก็มองาที่เซียวไห่หลง เอ่ยปลอบว่า “ไห่หลง แกอย่าเอาแต่ร้องไห้ขี้มูกโป่งเหมือนเด็กอย่างนี้สิ รอให้ร่างกายแกหายดี ก็ไปหางานทำจริงๆจังๆซะ ถ้ามันไม่ไหวจริงๆ เราสองพ่อลูก็ไปเป็นพนักงานส่งของด้วยกัน เดือนหนึ่งได้หลายพันอยู่นะ ขอแค่ทนลำบากได้และสู้งาน เราก็จะหาทางเอาชีวิตรอดได้!”
เซียวไห่หลงพยักหน้าทั้งๆที่ยังร้องไห้
เซียวฉางเฉียนเอ่ยขึ้นมาอีกว่า “พอถึงตอนนั้น แกเก็บเงินได้ พ่อก็จะช่วยแกเก็บ ให้น้องสาวแกช่วยอีกแรง จนครบแสนพอเป็นค่าสินสอด แล้วค่อยไหว้วานพ่อสื่อแม่ชักหาเมียให้แกสักคน ไม่ว่ายังไง ต้องมีทางออกให้เราแน่ๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...