คำพูดของเซียวฉางเฉียน ไม่สามารถปลอบเซียวไห่หลงได้เลยจริงๆ
ตรงกันข้าม ที่เขาพูดมามันเกินกว่าความสามารถในทางปฏิบัติไปมาก ทำให้เซียวไห่หลงยิ่งรู้สึกสิ้นหวังกับอนาคต
เขาเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองเจ๋งกว่าใคร คิดว่าในอนาคตตัวเองต้องชเป็นบุคคลยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน รวมไปถึงภรรยาในอนาคตก็ต้องเป็นผู้หญิงที่โดดเด่นแถวหน้า ไม่เพียงแค่หน้าตาดี หุ่นเพอร์เฟ็ค แต่พื้นฐานครอบครัวต้องมีอำนาจด้วย
ดังนั้นเขาถึงเอาแต่ตามจีบต่งรั่งหลิน เพราะอยากเป็นลูกเขยของตระกูลต่ง
แต่ว่าตอนนี้ คำพูดของพ่อทำให้เขาตระหนักได้ว่า อนาคตของเขาไม่อาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับผู้หญิงอย่างต่งรั่งหลินได้อย่างสิ้นเชิง
ในอนาคตกลัวก็แต่ว่าตัวเองจะต้องไปเป็นกรรมกรที่ต้องใช้แรงหาเงิน และคงหาคู่ชีวิตที่ถูกใจได้ยาก บางทีอาจจะต้องหาค่าสินสอดสูงๆ ถึงจะหาภรรยาสักคนได้
เพียงแค่จินตนาการถึงอนาคตของตัวเองตามภาพ เซียวไห่หลงก็รู้สึกว่ามันมืดมนไปหมด ไม่ต่างอะไรกับตกลงไปในหลุมดำ
ดังนั้น เขาจึงร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม
ยิ่งเขาร้อง ในใจของเซียวฉางเฉียนก็ยิงเจ็บปวด
เขาอยากช่วยลูกชาย แต่ก็รู้ดีว่า อนาคตของตัวเขาเอง ก็ไม่ได้ดีไปกว่าลูกชายเท่าไหร่
โชคดีอยู่อย่างเดียว ที่อย่างน้อยเขาได้แต่งงานมีลูก แต่ถ้าเซียวไห่หลงยังไม่ขยัน อนาคตก็คงไม่ได้แม้แต่แต่งงาน
ดังนั้น เขาจึงอดทอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ รู้สึกเชื่องซึมไปหมด
เซียวเวยเวยรู้สึกได้ถึงความกดดันของทั้งสอง จึงลูบขมับแล้วเอ่ยพูดว่า “ฉันจะไปทำกับข้าวในครัว”
พูดจบ ก็เดินอออกไปจากห้องนอนรวดเร็วเหมือนกำลังหนี
เดิมที เธอก็ว่าจะหาโอกาสเอาเข็มขัดไปวางที่กล่องจดหมายหน้าบ้านของเย่เฉิน แต่พอคิดถึงสภาพตกอับของครอบครัวตัวเอง ความรู้สึกต่ำต้อยก็ตีรวนอยู่เบื้องลึกในใจอย่างไม่อาจห้ามได้
หลังจากคิดได้ เธอก็ตัดสินใจเอาเข็มขัดไปคืน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ต้องตั้งใจหาเงินอย่างจริงจัง
เซียวชูหรันปาดเหงื่อบนหน้าผาก พูดกลั้วยิ้มว่า “ดูเผินๆอาจเหมือนเยอะ แต่พอกินแล้วไม่เยอะหรอกน่า อีกอย่างนี่เป็นงานฉลองวันเกิดคุณนะ ก็ต้องจัดหนักหน่อยสิ แค่นี้ไม่ลำบากอะไรหรอก”
เซียวฉางควานยิ้มตาหยี “เย่เฉิน เรามาดื่มกันหน่อยไหม?”
เย่เฉินพยักหน้า เอ่ยพูดว่า “ผมดื่มด้วยอยู่แล้วครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปหยิบไวน์ที่ห้องเก็บเหล้าก่อน”
หม่าหลันรีบพูดว่า “เย่เฉิน ฝากหยิบไวน์แดงให้ด้วยนะ เดี๋ยวฉันกับชูหรันดื่มด้วย”
“ครับ” เย่เฉินตอบรับ จากนั้นก็ถามเซียวชูหรันว่า “ที่รัก คุณดื่มได้ไหม?”
เซียวชูหรันพยกหน้า พูดยิ้มๆว่า “ไม่ดื่มก็ต้องดื่มแล้วล่ะ แต่ถ้าเราสองคนดื่มมากเกินไป เดี๋ยวจะขับรถไปดูตอนเสิร์ตไม่ได้นะ”
เย่เฉินเอ่ยพูด “ไม่เป็นไร ผมมีวิธีขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายในเวลาสั้นๆ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...