เซียวชูหรันยิ้มออกมาอย่างจนใจ “คุณมันขี้โม้ คิดจะขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย แล้วรู้ไหมว่าแอลกอฮอล์ต้องใช้เวลาเท่าไหร่ถึงจะขับออกจากร่างกายหมด เมาไม่ขับ นี่คือกฎเหล็ก คุณจะลองดีเพียงเพราะตัวเองคอแข็งไม่ได้”
เย่เฉินสามารถใช้ปราณทิพย์ขับแอลกอฮอล์ออกจากร่างกายได้จริงๆ แต่เขาเองก็รู้ ว่าภรรยาคงไม่เชื่อเขาแน่ ในเมื่อเป็นอย่างนี้ เขาเองก็ไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมากมาย
ดังนั้น เขาจึงพูดยิ้มๆว่า “ที่รักพูดถูก เมาไม่ขับ งั้นเอาอย่างนี้แล้วกัน เราดื่มไปก่อน ไปดูคอนเสิร์ตค่อยเรียกรถเอา”
“อย่างนี้ค่อยเข้าท่าหน่อย!”เซียวชูหรันพูดยิ้มๆว่า “วันนี้ไม่ขับรถไปก็ดีเหมือนกัน คงมีคนไปดูคอนเสิร์ตของกู้ชิวอี๋ไม่ต่ำกว่าหมื่นคน ตอนนั้นลานจอดรถต้องเต็มจนหาที่จอดรถไม่ได้แน่ๆ เราเรียกรถไปดีกว่า หลังคอนเสิร์ตจบ จะได้เดินเล่นด้วย จากสถานที่จัดงานกลับมาที่บ้าน ก็คงประมาณสามสิบสี่สิบนาที ถือซะว่าเดินเล่นไปในตัวเป็นไง?”
เย่เฉินพยักหน้า พูดยิ้มๆว่า “ได้ครับ ตามใจคุณเลย”
ในตอนนี้เองเซียวฉางควานก็รีบเอ่ยพูดยิ้มๆ “ไอ้หยาลูกเขยพ่อ อีกเดี๋ยวอย่าลืมหยิบเหล้าหมาวถายมาด้วยนะ ฉันอยากดื่มมาหลายวันแล้ว!”
เย่เฉินยิ้ม”ครับ ผมจะหยิบเหล้าหมาวถายที่รสชาติดีที่สุดมาให้นะครับ!”
หม่าหลันเอ่ยขึ้น “เย่เฉิน เหล้าหมาวถายรสชาติดีๆในบ้านเราราคาเป็นแสน เอามาให้เซียวฉางควานดื่มคงเปลืองน่าดู แกเอาเหล้าหมาวถายที่รสชาติดีๆมาดื่มเองเถอะ แล้วค่อยหยิบรสธรรมดามาให้เขา”
เซียวซูหรันจนปัญญา เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “เฮ้อแม่ แม่ก็เพลาๆลงหน่อยเถอะ ทีแม่ใช้เครื่องสำอางราคาเป็นแสน พ่อยังไม่เห็นว่าอะไรเลย แล้วทำไมแม่ถึงเอาแต่กระแนะกระแหนเขาอยู่ได้?”
ดวงตาของเซียวฉางควานเป็นประกาย เอ่ยพูดอย่างระริกระรี้ว่า “ใช่!คุณบอกว่าหน้าแก่ๆอย่างผมไม่คู่ควรกับเหล้าหมาวถายราคาหลายแสน แล้วหน้าแก่ๆอย่างคุณคู่ควรกับเครื่องสำอางราคาเป็นแสนเหรอ? อย่าลืมสิ เราเป็นสามีภรรยากันนะ ถ้าจะให้พูดก็พอๆกันนั่นแหละ ถ้าผมเป็นลากรรมกร งั้นคุณก็เป็นลาขนสินค้า ไม่มีใครดีไปกว่ากันหรอก”
หม่าหลันรู้สึกอับอายแปลกๆ จึงสบถด่าออกมาอย่างกรุ่นโกรธ “ลาขนสินค้าบ้านแม่คุณสิ! ฉ่ำเชยอย่างคุณกล้ามาเปรียบเทียบกับฉันเหรอ? ดูหน้าคุณเอาเถอะ เหี่ยวอย่างกับหมาหน้าย่น ไม่เห็นจะหน้าใสเงาวาวเหมือนฉันตรงไหน ยังมีหน้ามาบอกว่าพอๆกันอีกเหรอ?”
เซียวฉางควานหัวร้อน มองมาที่เย่เฉินอย่างหงุดหงิด แล้วพูดว่า “แกดูสิ ฉันว่าที่แกซื้อเครื่องสำอางแพงขนาดนั้นให้เธอมันสิ้นเปลืองเปล่าๆ เอาเครื่องสำอางพวกนั้นไปทาให้หมา ยังดีกว่าให้เธอเอามาทาเองเสียอีก ตอนนั้นแกน่าจะฟังฉัน ก็บอกแล้วว่าให้ซื้อของปลอมให้เธอ ถึงยังไงคนบ้านนอกอย่างเธอก็ดูไม่ออกหรอก!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...