เมื่อเหล่าสาวน้อยได้ยินที่เย่เฉินพูด ก็พยักหน้าอย่างรู้งาน
แม้ว่าพวกเธอแต่ละคนจะรู้สึกดีกับเย่เฉิน แต่พวกเธอเองก็รู้ ว่าคืนนี้เย่เฉินกับภรรยาอยากมีโลกส่วนตัวกันสองคน พวกเธอไม่ควรเข้าไปรบกวน
ในตอนนี้เอง ซ่งหวั่นถิงก็เอ่ยขึ้นมาว่า “อาจารย์เย่ นายหญิงเย่ งั้นพวกฉันไม่รบกวนเวลาพวกคุณแล้วค่ะ ถ้ามีเวลาว่างนัดกันทานข้าวสักหน่อยนะคะ”
พูดจบ เธอก็มองมาที่เซียวชูฆรัน เอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “แล้วก็ ถ้านายหญิงเย่มีเวลามานั่งเล่นที่ซงซื่อกรุ๊ปก็ได้นะคะ ช่วงนี้ทางเรากำลังต้องการตกแต่งภายใน ถ้านายหญิงเย่สนใจ ก็มาร่วมงานกันได้นะคะ”
เซียวชูหรันในตอนนี้ กำลังอยู่ในช่วงบ้างาน
เธอหวังมาตลอดว่าจะสามารถพาธุรกิจของบริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว และก็หวังว่าจะสามารถแบกรับภาระของครอบครัวได้เพื่อที่เย่เฉินจะได้พักผ่อนบ้าง
ดังนั้น เมื่อได้ยินซ่งหวั่นถิงพูดส่งมาซะขนาดนี้ เธอจึงรีบพยักหน้าแล้วพูดว่า “ไม่มีปัญหาค่ะคุณซ่ง ไม่ทราบว่าคุณว่างช่วงไหน ฉันจะได้ไปเยี่ยมเยือนสักหน่อย”
ซ่งหวินถิงหยิบนามบัตรตัวเองออกมายื่นให้เซียวชูหรัน แล้วเอ่ยพูดว่า “คงต้องดูเวลาของนายหญิงเย่เป็นหลัก ฉันได้ทุกเมื่อค่ะ”
เซียวชูหรันลองเชิงถามว่า “คุณซ่ง ไม่ทราบว่าวันจันทร์ว่างไหมคะ?”
“ว่างค่ะ” ซ่งหวั่นถิงพูดยิ้มๆ “งั้นเอาเป็นวันจันทร์สิบเอ็ดโมงแล้วกันค่ะ แบบนี้เราจะได้ออกไปทานมื้อเที่ยงด้วยกันพอดี ธุรกิจของซ่งซื่อกรุ๊ปเกี่ยวข้องกับทักษะของนายหญิงเย่หลายอย่างเลยค่ะ เอาไว้วันจันทร์เราค่อยมาลงรายละเอียดอีกที”
เซียวชูหรันตื่นเต้น จึงรีบตอบตกลง รับนามบัตรของอีกฝ่ายมาถือไว้ แล้วเอ่ยพูดว่า “คุณซ่ง งั้นเอาตามนี้เลยนะคะ วันจันทร์ตอนเช้าเดี๋ยวฉันไปหา”
อิโตะ นานาโกะสมกับเป็นยามาโตะนาเดชิโกะที่เป็นที่ยอมรับในสายตาของคนญี่ปุ่น ทั้งรูปร่างหน้าตา บุคลิก กริยามารยาทรวมไปถึงการอบรมเลี้ยงดู แทบจะเป็นบุคคลหายากหนึ่งในล้าน
อีกอย่าง แม้ว่าเย่เฉินจะรักชาติสุดใจ แต่ก็ต้องยอมรับว่า ต้นฉบับการอบรมเลี้ยงดูลูกผู้หญิงแบบดั้งเดิมในภูมิภาคตะวันออก สมัยนี้ยังไม่มีประเทศไหนสู้ญี่ปุ่นได้
เด็กผู้หญิงญี่ปุ่นหลายคนที่ต้องเรียนรู้งานเย็บปักถักร้อย อย่างพวกปักดิ้นลายประณีตๆมาตั้งแต่เด็กๆเหมือนอิโตะ นานาโกะ
นอกจากนี้แล้ว นอกเหนือจากเวลาเรียนเด็กผู้หญิงญี่ปุ่นบางส่วนยังต้องเรียนจัดดอกไม้ ชงชา ซึ่งทักษะเหล่านี้ต่างก็สอดคล้องกับความงามดั้งเดิมทั้งนั้น
แน่นอน สิ่งนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับตำแหน่งในสังคมของผู้หญิงญี่ปุ่นค่อนข้างมาก ในสังคมล้วนแล้วแต่สั่งสอนเด็กผู้หญิงให้ทำตัวเป็นภรรยาที่ดีของสามี ดังนั้นผู้หญิงในสังคมส่วนใหญ่จึงดูบอบบาง แต่ในสายตาคนอื่น ในขณะที่บอบบางก็ยังดูนุ่มนวลอ่อนหวานอีกด้วย

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...