อันที่จริงซ่งหวั่นถิงรู้เรื่องตระกูลเย่น้อยมาก
เดิมทีตระกูลใหญ่เหล่านี้ก็ให้ความสำคัญเป็นพิเศษในการปกป้องความเป็นส่วนตัว ดังนั้น นอกจากตระกูลท้องถิ่นในเย่นจิง ที่ค่อนข้างเข้าใจสถานการณ์ของพวกเขา ไม่ใช่ตระกูลในท้องถิ่นเพียงแค่รู้พอประมาณเท่านั้น และก็รายละเอียดที่ลึกกว่านั้นก็ไม่มีทางรู้ด้วยซ้ำ
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาที่เย่ฉางอิงเสียชีวิตนั้น การเผยแพร่ข้อมูลยังล้าหลังมาก ตามหาคนรู้เรื่องข่าวมีเพียงสองทาง ทางแรกคือโทรทัศน์ อีกทางหนึ่งคือหนังสือพิมพ์
และโทรทัศน์ในเวลานั้น แทบจะมีข่าวเล่นซ้ำน้อยมาก ก็ไม่มีแพลตฟอร์มวิดีโอทางอินเทอร์เน็ตที่จะช่วยเก็บไฟล์วิดีโอ ดังนั้นนี่ก็หมายความว่า ถ้าหากเมื่อข่าวเริ่มออกครั้งแรกคุณพลาดไป คุณก็มีความเป็นไปได้มากว่าจากนี้จะไม่มีโอกาสได้เห็นอีก
ด้วยเหตุนี้ ซ่งหวั่นถิงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตระกูลเย่มีกี่คน ต่างคนต่างชื่ออะไร และก็ยิ่งไม่รู้ว่าในนั้นมีใครหายตัวไปเมื่อยี่สิบปีก่อน
ดังนั้น เธอเอ่ยปากพูดกับอิโตะ นานาโกะว่า: “สถานการณ์ภายในของตระกูลเย่ โดยพื้นฐานฉันไม่ได้เคยได้ยินมาก่อน ไม่ค่อยรู้ว่ารุ่นลูกหลานคนวัยกลางของพวกเขานี้ใครหายตัวไปกันแน่ ไม่งั้นฉันคิดหาทางให้คนช่วยตรวจสอบหน่อยมั้ย?”
อิโตะ นานาโกะรีบพูดว่า: “ไม่จำเป็นค่ะพี่หวั่นถิง!”
ซ่งหวั่นถิงถามอย่างไม่เข้าใจ: “หรือว่าเธอไม่อยากรู้ความลับและรายละเอียดที่มากกว่านั้นเหรอ?”
อิโตะ นานาโกะยิ้มเล็กน้อย และพูดอย่างจริงจัง: “ในเมื่อเย่เฉินซังไม่ได้พูดเรื่องราวเหล่านี้ งั้นก็แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ได้อยากให้พวกเราหรือว่าคนอื่นรู้เรื่องเหล่านี้ พวกเราก็เคยได้รับความดีจากเขา ไม่สามารถเพราะว่าต้องการทำให้ความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองพอใจ ก็ไปสอดรู้สอดเห็นความลับของเขา”
“ฉันเข้าใจแล้ว”ซ่งหวั่นถิงรีบพูดว่า: “งั้นถึงเวลานั้นฉันจะจับตาดูการเคลื่อนไหวของอาจารย์เย่ ดูว่าเขาจะออกจากเมืองจินหลิง ไปเย่นจิงหรือเปล่า”
ตระกูลเย่จะจัดพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษหลังยี่สิบวัน ได้สั่นคลอนต่อผู้คนจำนวนมากอย่างแท้จริง
ไม่เพียงแต่ตระกูลเย่ของเย่นจิงเท่านั้น แต่ยังมีสาขาของตระกูลเย่ทั่วประเทศและทั่วโลก ก็ได้เริ่มเตรียมทำพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ขนาดในใจของเย่เฉิน ก็ค่อนข้างรอคอยพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษนี้อย่างคลุมเครือ เพราะว่าเขาได้ตัดสินใจมาตั้งนานแล้วว่า ในงานพิธีเซ่นไหว้บรรพบุรุษครั้งนี้ จะให้ซูโสว่เต้ากลับมาจากซีเรีย ให้เขาคุกเข่าต่อหน้าหลุมศพของพ่อแม่ด้วยตนเอง และปลอบโยนวิญญาณที่อยู่บนสวรรค์ของพ่อแม่

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...