เมื่อได้ยินซูเฉิงเฟิงถอนหายใจ ท่านเฮ่อเห็นด้วยและกล่าวว่า “คุณท่าน มีด้านมืดที่ไม่รู้จักมากมายในต่างประเทศ มีสิ่งเลวร้ายซ่อนเร้นมากมาย คนดีและคนเลวอยู่ปะปนกัน!”
“ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งสถานที่วุ่นวายมากเท่าไหร่ ยิ่งจะทำให้มีองค์กรที่ทรงอำนาจอย่างสำนักว่านหลงมากขึ้นเท่านั้น!”
“เพียงแต่ผมไม่คิดว่าประมุขแห่งสำนักว่านหลงจะอายุน้อยขนาดนี้ คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าว่านพั่วจวินนั้นสามารถสร้างสำนักว่านหลงที่ทรงพลังได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นนี้ได้ ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถทำเช่นนี้ได้อย่างแน่นอน!”
ซูเฉิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะถาม “ทรัพยากรทางการเงินของสำนักว่านหลงเป็นอย่างไรบ้าง?”
“แข็งแกร่งมากเช่นกัน!” ท่านเฮ่อกล่าวอย่างจริงจัง “องค์กรรับจ้างประเภทนี้มีผลกำไรมาก!”
หลังจากหยุดชั่วครู่ ท่านเฮ่อกล่าวต่อไปว่า “รายรับของสำนักว่านหลงอย่างน้อยหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปีขึ้นไป”
“อะไรนะ?!” ซูเฉิงเฟิงถามด้วยความตกตะลึง “หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี นี่มันเหมือนกับผลิตเงินเองเลย!”
ท่านเฮ่ออธิบายว่า “คุณท่าน เงินหลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐดูเหมือนมาก แต่อย่าลืมว่ามีทหารรับจ้างหลายหมื่นคนอยู่ในสำนักว่านหลง ทหารรับจ้างเหล่านั้นล้วนเก่งและโหดเหี้ยมมาก ดังนั้นเงินเดือนเฉลี่ยนั้นจึงค่อนข้างสูงมาก”
“แม้แต่ทหารทั่วไป ถ้าไม่ได้รับเงินเป็นแสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี ก็จะไม่มีใครยอมทำงานเสี่ยงชีวิตเช่นนี้”
“ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในกลุ่มทหารรับจ้าง ผมคิดว่าเงินเดือนเฉลี่ยอย่างน้อยสามถึงสี่แสนดอลลาร์สหรัฐต่อปี”
ท่านเฮ่อพยักหน้าและกล่าวว่า “เท่าที่ผมรู้ ตอนนี้พวกเขากำลังขยายตัวอย่างบ้าคลั่งไปยังโลกที่สามที่มีสงคราม สร้างฐานอยู่ทุกหนทุกแห่ง และคาดว่าต้นทุนการลงทุนโดยรวมจะสูงมากเช่นกัน อย่างไรก็ตามหลังจากที่พวกเขาลงหลักปักฐานในพื้นที่ที่มีสงครามทั้งหมดได้สำเร็จแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็จะเพิ่มขึ้นไปสู่ระดับที่สูงขึ้นได้อย่างแน่นอน”
ซูเฉิงเฟิงขมวดคิ้วและกล่าวโพล่งออกมา “ไม่เคยคิดว่าว่านพั่วจวินจะมีความสามารถขนาดนี้! ในเขตสถานที่นอกกฎหมาย ไม่มีใครรับประกันได้แม้กระทั่งความปลอดภัยส่วนบุคคลขั้นพื้นฐาน เขาสามารถสร้างองค์กรทหารรับจ้างที่ทรงพลังในสถานที่ดังกล่าวได้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริง ๆ! เมื่อเทียบกับพ่อที่มุทะลุและไร้ความสามารถแล้ว ไม่รู้ว่าเก่งกว่ามากขนาดไหน!”
ท่านเฮ่อกล่าวเห็นด้วย “บุคคลนี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ และผมรู้สึกว่าเขารู้สึกซาบซึ้งสำหรับความเมตตาของคุณชายใหญ่ที่มีต่อครอบครัวของเขาในอดีต ถ้าคุณท่านสามารถใช้เรื่องนี้ให้เกิดประโยชน์ได้ บางทีมันอาจจะช่วยพวกเราได้ไม่น้อย!”
ซูเฉิงเฟิงพยักหน้าอย่างตื่นเต้นและกล่าวโพล่งออกมา “ใช่ นี่เป็นโอกาสที่หาได้ยากและมีค่ามากสำหรับตระกูลซูอย่างแน่นอน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...