ในโลกใบนี้ คนที่ไม่ต้องการเจรจาสงบศึกกับฮามิดมากที่สุดคือสำนักว่านหลง
คราวนี้สำนักว่านหลงประสบความสูญเสียอย่างหนักภายใต้มือของฮามิด และทหารรับจ้างทั้งโลกกำลังคอยดูเรื่องตลกของพวกเขา ถ้าตอนนี้สำนักว่านหลงเจรจาสงบศึกกับฮามิด จะเป็นความอับอายขายหน้าอย่างสิ้นเชิง?
อย่างไรก็ตาม เฉินจงเหล่ยรู้ดีว่าผู้นำที่แท้จริงในเรื่องนี้คือกองทัพของรัฐบาล หากพวกเขาเต็มใจที่จะเจรจาสงบศึก แต่ฝ่ายตนเองไม่เห็นด้วย ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างสำนักว่านหลงกับกองทัพรัฐบาล
หากยังดำเนินต่อไปเช่นนี้ อย่าว่าแต่สำนักว่านหลงจะฆ่าฮามิดเพื่อล้างแค้นเลย เป็นไปได้ที่จะแตกคอกับกองทัพของรัฐบาล และแม้แต่ดินแดนที่พวกเขาเคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้ก็จะอันตรธานหายไป
หากเป็นเช่นนี้ สำนักว่านหลงนั้นจะเป็นฝ่ายตามเกินไป และสิ่งที่แย่ที่สุดคือพวกเขาไม่สามารถแก้แค้นกองทัพของรัฐบาลได้
เพราะว่าทหารรับจ้างเป็นเพียงคนที่ดำรงอยู่ในพื้นที่สีเทา หากพวกเขากล้าต่อต้านกับกองกำลังของรัฐบาลไม่ว่าประเทศใดโดยตรง จะทำให้นานาชาติเกิดความโกรธเคืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ดังนั้น ในสถานการณ์เช่นนี้ เขาทำได้เพียงแค่หาวิธียับยั้งกองทัพของรัฐบาลให้สงบก่อน มิเช่นนั้นเมื่อกองทัพของรัฐบาลตัดสินใจเจรจาสงบศึก งั้นเขาก็จะไม่สามารถทำอะไรได้อีกแล้ว
แต่ขณะที่ผู้บัญชาการกองทัพของรัฐบาลรับปากเฉินจงเหล่ยว่าจะรออีกห้าวัน คนกลางก็ส่งรูปถ่ายหลายรูปมาให้เขา
ในรูปถ่ายหลายรูปนั้นฮามิดกำลังยืนอยู่ในอุโมงค์ต่าง ๆ ของภูเขา เสบียงต่าง ๆ กองอยู่ข้างหลังเขามากมายเหมือนภูเขา
คนกลางยังส่งคลิปเสียงของฮามิดมาอีกด้วย เนื้อหาของคลิปเสียงบันทึกโดยฮามิด “พวกคุณต้องคิดว่าตอนนี่กูขาดแคลนเสบียงมากใช่ไหม? ตอนนี้กูจะให้พวกคุณได้เห็นอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยสำรองของกู ไม่ว่าพวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ผมจะเตือนพวกคุณประโยคหนึ่งว่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยสำรองของผมเท่านั้น! พวกคุณคิดไตร่ตรองให้รอบคอบว่าจะเจรจาหรือไม่?!”
เมื่อผู้บัญชาการกองทัพของรัฐบาลเห็นภาพเหล่านี้ รู้สึกได้ทันทีว่าความดันโลหิตของตนเองเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า!
ไม่ได้กล่าวเกินจริงว่าอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยสำรองที่ฮามิดเปิดเผยออกมาเหล่านี้ มากกว่าอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยสำรองของกองทัพรัฐบาล!
เฉินจงเหล่ยขมวดคิ้ว หยิบโทรศัพท์มือถือของอีกฝ่ายขึ้นมาแล้วเหลือบมอง จากนั้นสีหน้าของเขาดูแย่มาก!
เขาไม่คิดว่าฮามิดจะมีอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธปัจจัยสำรองมากมายขนาดนั้น
แค่เห็นเสบียงเหล่านี้ของพวกเขาแล้ว จะยืนหยัดอีกหนึ่งปีก็ไม่มีปัญหา
ดังนั้น เขาจึงถามว่า “รูปพวกนี้มาจากไหน?”
อีกฝ่ายกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ทั้งหมดนี้ฮามิดเป็นคนส่งมาเอง!”
ท่าทางของเฉินจงเหล่ยเคร่งขรึม กัดฟันและกล่าวว่า “ฮามิดกำลังข่มขู่กองทัพของพวกเรา!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...