พูดมาถึงตรงนี้ ซูเฉิงเฟิงหัวเราะอย่างเยือกเย็นเล็กน้อย พูดว่า : “ถึงตอนนั้น ก็คงต้องดูว่ากำปั้นใครจะหนักกว่ากันจริงๆ ขอเพียงแค่ว่านพั่วจวินสามารถจัดการตระกูลเย่ได้อย่างราบคาบ ขุดโลงศพของเย่ฉางอิง ยกขี้เถ้าของเย่ฉางอิงแล้ว แล้วค่อยขุดโลงศพของบรรพบุรุษคนอื่นๆในตระกูลเย่ออกมา ให้ทุกคนในตระกูลคุกเข่าลงกับพื้นอย่างโศกเศร้าเสียใจ ต้อนรับโลงศพของพ่อแม่เขาที่ฝังไว้ที่ภูเขาเย่หลิงซาน ชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของตระกูลเย่นั้นจะต้องได้รับหายนะ !”
“เมื่อเย่โจงฉวนเขาให้ตระกูลเย่คุกเข่าลงโดยสิ้นเชิงแล้ว ทั้งชีวิตของเขานั้นก็ไม่มีวันที่จะได้ลุกขึ้นอีกเลย!”
ซูอานสุ้นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เอ่ยปากพูดว่า : “ถ้าหากเรื่องนี้เป็นไปตามทิศทางที่คุณพูดล่ะก็ งั้นชื่อเสียงของตระกูลเย่ก็ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง แต่เมื่อชื่อเสียงถูกทำลายแล้ว ทรัพย์สินของตระกูลเย่ยังอยู่ ธุรกิจยังอยู่ อย่างมากที่สุดก็แค่สูญเสียเส้นสายและศักดิ์ศรีไป ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ พวกเราอยากจะเข้าไปกดขี่ตระกูลเย่อีกขึ้นหนึ่ง เกรงว่าก็ไม่ได้ง่ายดายขนาดนั้นนะ”
พูดแล้ว เขาก็ลังเลอยู่นาน ถึงจะพูดอย่างจริงจังว่า : “คุณท่าน ผมขอพูดหน่อยนะ พูดแล้วคุณห้ามโมโหเด็ดขาด”
ซูเฉิงเฟิงโบกไม้โบกมือ พูดด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นว่า : “ฉันรู้ว่าแกจะพูดอะไร แกอยากจะบอกว่า ชื่อเสียงของตระกูลซู ก็ได้ถูกฉันทำลายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะงั้นถึงตอนนั้นเกรงว่าฉันและตระกูลเย่จะไม่สามารถปกปิดการกระทำที่น่ารังเกียจได้ ทุกคนก็จะคิดว่าทั้งสองตระกูลเหมือนกัน ถูกไหม ?”
ซูอานสุ้นรีบคุกเข่าลงทันที พูดกล่าวอย่างเกรงกลัวว่า : “คุณท่าน ผม……ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนี้นะครับ……”
ซูเฉิงเฟิงย้อนถามเขา : “งั้นแกหมายความว่ายังไง?”
“ผม……ผม……” ซูอานสุ้นพูดไม่ออกเลยทันที
ซูอานสุ้นรีบพูดชื่นชมทันทีว่า : “คุณท่านฉลาดเลิศ!ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ต่อไปตระกูลเย่จะต้องถูกว่านพั่วจวินทรมานจนตกอยู่ในสภาวะที่กดดันอย่างมากถึงขั้นบ้านแตกสาแหรกขาด ถึงตอนนั้น พวกเขาก็ไม่มีพละกำลังที่จะต่อกรทางธุรกิจกับพวกเราไปโดยปริยายแล้ว”
ซูเฉิงเฟิงยิ้มอย่างเยือกเย็นพร้อมพูดว่า : “เย่โจงฉวนแม้แต่ตัวเองก็ใกล้จะเอาตัวไม่รอดแล้ว ยังจะเอาอะไรมาต่อกรกับฉัน?”
พูดมาถึงตรงนี้ เขาพูดอย่างคาดหวังมากว่า : “เย่โจงฉวนทั้งชีวิตนี้รักษาหน้าตาและเกียรติมากที่สุด ฉันล่ะรอคอยวันเช็งเม้งวันนั้นจริงๆ ภาพฉากที่โลงศพของบรรพบุรุษนับร้อยของตระกูลเย่ถูกขุดออกมาทั้งหมด และยิ่งรอคอยเย่โจงฉวนไอ้แก่อายุ70-80ปี มีท่าทางที่ไว้อาลัยอย่างโศกเศร้าให้กับคู่สามีภรรยาว่านเหลียนเฉิง ! ถึงตอนนั้นฉันจะถ่ายรูปที่ท่าทางสุดอนาถของเขาเอาไว้ และโพสต์ลงบนอินเทอร์เน็ต ให้ทุกคนได้ดู ผู้นำตระกูลเย่ที่องอาจสง่างาม ทำไมถึงเหมือนหมาเช่นนี้ คุกเข่าลงกับพื้นด้วยท่าทางประจบประแจงอย่างไม่รู้สึกละอาย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...