ทำแบบนั้นล่ะก็ ไม่เพียงแค่เป็นเรื่องที่ดีสำหรับเย่เฉิน สำหรับพ่อแม่ของเขาแล้ว ถ้าหากดวงวิญญาณรับรู้ได้ ก็จะต้องชื่นใจอย่างมากแน่นอน
แต่ว่า เขาเองก็รู้ถึงตัวตนอีกขั้นหนึ่งของตัวเองดี เขาไม่เพียงแค่เป็นปู่ของเย่เฉินเท่านั้น ยังเป็นผู้นำตระกูลเย่ด้วย
ในเมื่อเป็นผู้นำตระกูลเย่ ก็จะต้องเห็นผลประโยชน์ของตระกูลเย่เป็นหลักสำคัญ
เย่เฉินในฐานะที่เป็นหลานชายโดยตรงของตระกูลเย่ จำเป็นต้องกลับตระกูลเย่ เพื่อรับใช้ผลประโยชน์ของตระกูลเย่
ยิ่งไปกว่านั้น เย่เฉินก็เป็นว่าที่ลูกเขยที่ตระกูลกู้ยอมรับ เพียงแค่มองจากจุดนี้ เย่เฉินสำหรับตระกูลเย่แล้วก็ยิ่งจะมีความสำคัญ
เพราะงั้น ครั้งนี้เย่โจงฉวนวางแผน ไม่ว่าเย่เฉินจะยอมกลับตระกูลเย่หรือไม่นั้น ครั้งนี้ขอเพียงแค่เขามาแล้วจะต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะให้เขาอยู่ต่อให้ได้
และครั้งนี้ เย่โจงฉวนได้เตรียมการไว้พร้อมแล้ว
เขาวางแผนไว้ในวันกราบไหว้บรรพบุรุษวันนั้น จัดเตรียมพวกช่างกล้องแสร้งทำเป็นเข้าร่วมพิธีกราบไหว้บรรพบุรุษ และให้พวกเขาถ่ายรูปภาพเบื้องหลังและคลิปวิดีโอในงานกราบไหว้บรรพบุรุษ พอถึงเวลานั้นก็เลือกภาพที่ดีที่สุด ส่งให้กับสื่อนำไปเผยแพร่
ทำแบบนี้ ไม่เพียงแต่สามารถทำให้ผู้คนทั่วทั้งประเทศได้เห็นถึงพละกำลังและท่วงท่าอันสง่างามของตระกูลเย่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นสามารถเปิดเผยเย่เฉินและหลานชายตระกูลเย่คนอื่นๆได้อีกด้วย
“จริงด้วยคุณปู่” ลูกชายของเย่ฉางโคง ก็คือเย่เฟิงลูกพี่ลูกน้องของเย่เฉิน ในเวลานี้ก็เอ่ยปากพูดว่า: “คุณปู่ ผมรู้ว่าคุณปู่อยากให้เย่เฉินกลับตระกูลเย่ และคาดหวังในตัวเย่เฉินสูง แต่ผมขอพูดความจริงหน่อยนะ ในวงการของเย่นจิง ไม่มีช่องว่างอะไรที่เหมาะสมในการพัฒนาของเย่เฉินจริงๆ”
พูดแล้ว เขาก็พูดวิเคราะห์ด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า : “คุณก็ลองเอาแวดวงที่ผมเล่นอยู่ปกติมาพูดดูนะ ทุกคนมีใครบ้างที่ไม่ได้เรียนแลกเปลี่ยนอยู่ที่เมืองนอกกว่าหลายปี มีประสบการณ์และความรู้ที่กว้างขวาง?ทุกคนล้วนแต่เรียนแลกเปลี่ยนที่อเมริกา อังกฤษ แย่ที่สุดก็เป็นออสเตรเลีย ด้านประวัติการศึกษา ปริญญาโทก็เป็นแค่การเริ่มต้น ส่วนใหญ่ล้วนแต่เป็นดอกเตอร์ด้านการจัดการเศรษฐกิจ แต่เย่เฉินเรียนมหาวิทยาลัยแค่หนึ่งปี แม้แต่ประกาศนียบัตรของมหาวิทยาลัยสักใบก็ไม่มี มาเย่นจิงจะปรับตัวให้เข้ากับแวดวงเหล่านี้ได้ยังไง ?”
ลูกพี่ลูกน้องของเย่เฟิง ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเย่เฉินเช่นกันในเวลานี้ก็เอ่ยปากพูดคล้อยตามแล้ว : “จริงด้วยคุณปู่ แม้ว่าเย่เฉินจะเป็นคนของตระกูลเย่ แต่ถึงยังไงก็แค่เกี่ยวข้องทางเส้นเลือดกับตระกูลเย่เท่านั้น ส่วนอย่างอื่น โดยพื้นฐานแล้วเข้ากันไม่ได้เลย!”
“ผมพูดตรงๆหน่อยนะ เขาอยู่ตรงหน้าของตระกูลเย่ ก็เป็นแค่กลุ่มคนระดับต่ำสุดตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมคิดว่าคุณอย่าไปคาดหวังอะไรในตัวเขามากจนเกินไปเลยนะ เพราะว่าความหวังยิ่งสูง ความผิดหวังยิ่งมาก”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...