เย่เฉินคิดไม่ถึงว่า หลินหว่านชิวจะเตรียมชุดสูทให้ตนเองโดยเฉพาะ
ในขณะที่กำลังมึนงง กู้เย้นจงที่อยู่ข้างๆก็พูดอย่างยิ้มๆว่า“น้าหลินของนายน่ะกลัวว่าตอนที่นายเดินทางมาถึงเย่นจิง จะไม่ได้เตรียมชุดสูทมาด้วย ดังนั้นเลยให้ช่างตัดชุดสูทที่ดีที่สุดในลอนดอนตัดให้นาย”
เย่เฉินกล่าวขอบคุณ“ขอบคุณนะครับน้าหลิน!”
หลินหว่านชิวพูดอย่างยิ้มๆว่า“นายยังต้องเกรงใจอะไรกับน้าอยู่ล่ะ ไซส์ของชุดสูทน้าเดาเอาแล้วส่งให้เขาไป ไม่รู้ว่านายจะสวมพอดีตัวไหม รีบไปลองดูเถอะ”
เวลานี้เอง กู้ชิวอี๋ที่สวมชุดนอนกระโปรงกำลังหาวหวอดๆเดินออกมาจากห้อง แล้วหัวเราะแหะๆ“พี่เย่เฉินคะ แม่ของฉันสั่งตัดชุดสูทไว้ให้พี่หล่อมากเลยค่ะ ได้ยินมาว่าประธานาธิบดีมากมายในยุโรปกับอเมริกาเหนือ ล้วนเป็นลูกค้าประจำของช่างคนนี้!พี่รีบไปลองชุดเถอะค่ะ!”
เย่เฉินไม่อาจปฏิเสธได้ แล้วเดินตามสองแม่ลูกมาที่ห้องแต่งตัว
วอล์คอิน คอร์เซ็ตที่ใหญ่กว่าห้องนอนปกติของตระกูลกู้ มีความกว้างอย่างน้อยสี่สิบตารางเมตร หลินหว่านชิวพาเย่เฉินมาที่หน้ากระจกบานใหญ่บนผนัง หลังจากนั้นก็หยิบชุดสูทใหม่สีดำ ออกมาจากตู้เสื้อผ้าหนึ่งตัว
กู้ชิวอี๋หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ไร้รอยยับ ผ่านการรีดมาเรียบร้อย ออกมาจากตู้เสื้อผ้าที่อยู่ข้างๆกัน รวมถึงเนกไท
หลินหว่านชิวยื่นชุดสูทส่งให้เย่เฉิน แล้วพูดอย่างยิ้มๆว่า“เฉินเอ๋อ นายลองดูสิว่าพอดีตัวไหม”
เย่เฉินพูดอย่างเขินๆ“น้าหลินครับ มีห้องว่างให้ผมลองเสื้อไหมครับ?”
กู้ชิวอี๋พูดอย่างรีบร้อน“แม่คะ แม่ออกไปก่อนเถอะค่ะ ไม่อย่างนั้นพี่เย่เฉินจะจะอายนะคะ เดี๋ยวหนูช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อเองค่ะ”
เย่เฉินพูดอย่างหน่ายใจ“หนานหนาน ฉันทำเองได้ เธอออกไปก่อนดีกว่า?”
กู้ชิวอี๋เบะปาก“ฉันถือว่าเป็นเจ้าสาวน้อยของพี่นะคะ เปลี่ยนเสื้อผ้ายังจะให้ฉันออกไปอีก……”
เย่เฉินโพล่งออกไปว่า“ทำไมถึงกลายเป็นเจ้าสาวน้อยไปล่ะ……”
กู้ชิวอี๋พูดอย่างจริงจัง“ฉันเป็นคู่หมั้นของพี่ตั้งแต่เด็กนะ นี่ต่างจากเจ้าสาวน้อยยังไง?”
ตอนที่ตื่นนอน เธอรู้สึกว่าหัวใจของเธอเต้นเร็วขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ แทบจะสูญเสียการควบคุม
เธอรีบหยิบไนโตรกลีเซอรีนออกมาหนึ่งเม็ด อมไว้ใต้ลิ้น จากนั้นเธอถึงรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย
แต่ว่า อาการของเธอยังคงแย่มาก
เมื่อคิดถึงว่าวันนี้กับพรุ่งนี้แทบจะอยู่ในตระกูลเย่ทั้งวัน เฮเลน่าก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าร่างกายของเธอจะไม่สามารถรับไหว
แต่เธอก็รู้ดีว่า ถึงเธอทนไม่ไหวก็ต้องทนต่อไป อนาคตของแม่เธอจะมีที่พึ่งพิงหรือไม่ แทบจะอยู่ที่เธอหมดเลย
ในเวลานี้เอง จู่ๆเธอก็รับสายจากแม่ของเธอที่อยู่ยุโรปเหนือ พอรับสายปุ๊บ แม่ของเธอก็พูดปลายสายว่า“เฮเลน่า ภายในวังรายงานว่า ยายของลูกอวัยวะภายในล้มเหลว ตอนนี้ตกอยู่ในสภาวะโคม่า พร้อมสิ้นพระชนม์ได้ทุกเมื่อ……”
เฮเลน่าตกตะลึง“ทำไมอาการถึงแย่ลงเร็วขนาดนี้?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...