07.00 น.
สุสานบรรพบุรุษตระกูลว่าน
ว่านพั่วจวินและทหารทุกคนแห่งสำนักว่านหลง ทั้งหมดเปลี่ยนมาสวมชุดไว้ทุกข์สีขาวที่ทำจากผ้ากระสอบ
ขบวนแห่ศพ 100 คนนี้พร้อมออกเดินทาง
ซูเฉิงเฟิงที่เพิ่งดื่มเหล้าจนเมาเมื่อคืนก็ตื่นแต่เช้า ทันใดนั้นก็รีบมาที่สุสานบรรพบุรุษตระกูลว่าน
ตามแผนเดิม เขากำลังจะไปที่ภูเขาเย่หลิงซานกับขบวนแห่ศพของว่านพั่วจวิน
ซูเฉิงเฟิงในวันนี้ รู้สึกตื่นเต้นลึกๆภายในใจ
เพิ่งมาถึงสุสานบรรพบุรุษตระกูลว่าน เขาพบกับว่านพั่วจวินที่สวมชุดไว้ทุกข์สีขาว: “พั่วจวิน! ทุกสิ่งที่คุณทำเมื่อวาน ท่ามกลางตระกูลใหญ่ในเย่นจิง ไม่มีใครไม่รู้ไม่เห็น! ใครก็คิดไม่ถึง คุณจากไป 20 ปี วันนี้กลับมาอย่างสง่าผ่าเผยได้ ถ้าวันนี้คุณเหยียบย่ำตระกูลเย่ใต้เท้าของคุณ ในอนาคต ครอบครัวใหญ่ทั้งหมดในเย่นจิงจะเคารพคุณ!”
ว่านพั่วจวินพูดอย่างเฉยเมยว่า: “ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว ฉันให้คนเตรียมชุดไว้ทุกข์ให้คุณแล้ว รีบเปลี่ยนซะ จากนั้นก็ไปกับกองทหาร!”
ซูเฉิงเฟิงยิ้มอย่างเก้ๆกังๆเล็กน้อย: “พั่วจวิน คุณดูอายุฉันสิ แก่กว่าพ่อแม่คุณมาก สวมชุดไว้ทุกข์มันไม่ค่อยเหมาะหรือเปล่า……”
ว่านพั่วจวินพูดอย่างเย็นชาว่า: “ให้คุณสวมคุณก็สวมสิ! วันนี้เพื่อฝังศพพ่อแม่ฉัน สำนักว่านหลงทุกคนต่างก็สวมชุดกระสอบกันทั้งนั้น หากคุณไม่สวม งั้นก็ออกไปเราฉันไกลๆเลย!”
ซูเฉิงเฟิงคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าคำพูดของว่านพั่วจวิน จะไม่เกรงใจกันเลยสักนิด
แม้ว่าในใจเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ แต่ในตอนนี้เขาก็ไม่กล้าสะบัดเสื้อจากไป
ว่านพั่วจวินจัดการตระกูลเย่ สำหรับตระกูลซูแล้ว เป็นเพียงแค่การลดคู่ปรับไปหนึ่งคนเท่านั้น
แต่ถ้าอยากให้ตระกูลซูอยู่ในระดับที่สูงขึ้นในอนาคต พวกเขาต้องมีความสัมพันธ์ที่ดีกับว่านพั่วจวิน
สุดท้ายแล้วผู้อยู่เบื่องหลังที่แข็งแกร่งอย่างสำนักว่านหลง ตัวเองถึงจะไม่ต้องมีอะไรเป็นกังวลแล้ว
โดยเฉพาะอย่างยิ่งปรมาจารย์ลึกลับที่ซ่อนอยู่ในเมืองจินหลิง เป็นคนสนิทของซูเฉิงเฟิงมาโดยตลอด
ในขณะนี้ กองทหารงานศพของว่านพั่วจวินได้รวมตัวกันแล้ว
เขาถือเตาอั้งโล่ไว้เผากระดาษให้พ่อแม่ มาอยู่ตรงหน้ากองทหาร มองไปทางภูเขาเย่หลิงซานอย่างเงียบๆอยู่นาน
ลู่เห้าเทียนเดินมา และกระซิบข้างหูว่า: “ประมุข ถึงเวลาอันเป็นมงคลแล้ว!”
“ได้!” ว่านพั่วจวินตะโกนเสียงดัง พูดดังๆว่า: “ทหารทุกคนแห่งสำนักว่านหลงฟังคำสั่ง!”
ผู้คนหลายร้อยคนตะโกนพร้อมกันทันที:: “เชิญประมุขออกคำสั่ง!”
ว่านพั่วจวินตะโกนว่า: “วันนี้ พวกคุณเพื่อร่วมกันล้างแค้นให้กับพ่อแม่ฉัน กำจัดทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า กำจัดทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า!”
ทุกคนตะโกนเสียงดังพร้อมกันว่า: “กำจัดทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า กำจัดทุกสิ่งที่ขวางตรงหน้า!”
ว่านพั่วจวินพูดเสียงสูงทันที: “ทั้งหมดพร้อม ออกเดินทาง!!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...