ครั้นแล้ว เขามองไปที่เย่เฉิน และถามว่า: “คนนี้คือใครกัน?”
เย่เฉินยิ้มเย็นชา: “ทำไม? ลูกน้องคนที่เก่งที่สุดของตัวเอง คลุมหน้าหน่อยแกก็จำไม่ได้แล้วหรือ?”
ว่านพั่วจวินยิ่งสับสน
แม้ว่าเย่เฉินใบ้ว่าเป็นลูกน้องคนที่เก่งที่สุดของเขา แต่เขากลับคิดไม่ถึงว่าจะเป็นร่างของเฉินจงเหล่ย
เพราะว่า ในความเข้าใจของทหารสำนักว่านหลงทุกคน เฉินจงเหล่ยอยู่ที่ตะวันออกกลาง ไม่สามารถมาหัวเซี่ยได้
เย่เฉินเห็นเขามีหน้าตาที่ดูประหลาดใจ ก็ยิ้มเย็นชาและฉีกถุงผ้าสีดำออกจากบนหัวของเฉินจงเหล่ย
เมื่อว่านพั่วจวินและทหารคนอื่นๆ ในสำนักว่านหลง เห็นหน้า เฉินจงเหล่ย ทุกคนตกตะลึงอย่างมากในทันที
ไม่ว่าใครก็ไม่เชื่อว่า เฉินจงเหล่ยที่หายตัวไปหลายวัน ที่จริงแล้วอยู่ในเงื้อมมือของเย่เฉินนี่เอง
ว่านพั่วจวินถามโดยไม่รู้ตัวว่า: “จงเหล่ย……คุณ……คุณอยู่ที่นี่ได้ยังไง?!”
ในตอนนี้เฉินจงเหล่ยยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่นิ่งเงียบ เหมือนคนโง่ สายตาก็หลุดโฟกัส ดูราวกับว่าหูไม่ได้ยินเสียงของว่านพั่วจวิน
ว่านพั่วจวินไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับ เฉินจงเหล่ย แต่เมื่อเห็นว่าเขาเฉื่อยชา เขาจึงตระหนักว่าสิ่งต่างๆ นั้นอาจจะเหนือความคิดของเขา ดังนั้นเขาจึงถามอีกครั้งว่า: “จงเหล่ย! หรือว่าคุณไม่รู้จักฉัน?!”
เฉินจงเหล่ยยังคงไม่ตอบสนอง
ในตอนนี้เย่เฉินยิ้มเบาๆและพูดว่า: “ลืมบอกแกไป จิตสำนึกของเฉินจงเหล่ย ถูกปิดผนึกไว้ภายในร่างกายของเขาโดยฉัน เขาในตอนนี้ ไม่ใช่คนที่แกคุ้นเคยอีกต่อไป ตอนนี้เขาเป็นเพียงแค่ หุ่นเชิดของฉันเท่านั้นแหละ”
ว่านพั่วจวินและทหารสำนักว่านหลงคนอื่นๆต่างตกตะลึง
แม้ว่าจิตสำนึกของเฉินจงเหล่ยถูกปิดห้ามไว้ แต่จิตใต้สำนึกของเขา ยังสามารถรับถึงความรู้สึกทั้งหมดของร่างกายได้
ในตอนนี้เขารู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นรอบตัว ว่านพั่วจวินพาพวกพี่น้องขึ้นมาฆ่าที่ภูเขาเย่หลิงซาน เรื่องนี้เขาก็รู้ดี
แม้กระทั่งเมื่อสักครู่ เขาคุกเข่าต่อหน้าพ่อแม่ของเย่เฉินและไม่ได้เห็นฉากในตอนนี้ด้วยตาตัวเองก็ตาม แต่เขาก็เดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นผ่านเสียงได้
แต่ทว่า การรับข้อมูลภายนอกของเขาเป็นแบบทางเดียว นอกจากรับข้อมูลภายนอกจากประสาทสัมผัสของร่างกายแล้ว เขาไม่สามารถควบคุมร่างกายให้ตอบสนองได้ แม้แต่จะกะพริบตาก็ตาม
ขณะที่เย่เฉินตบไหล่ของเขา สติสัมปชัญญะของเขาก็ผสานเข้ากับร่างกายในที่สุด ความรู้สึกที่หายไปนานนี้ เหมือนพืชผักที่หลับใหลมานานหลายปี ในที่สุดก็ตื่นขึ้น ทันใดนั้นเขาก็ร้องไห้ออกมา
ทันใดนั้น เขาก็มองไปที่ว่านพั่วจวิน อารมณ์ของเขาพังลงทันที เขาร้องไห้และอ้อนวอน: “ประมุข……ขอร้องท่านคิดวิธีช่วยฉันด้วยหรือว่า……หรือว่าฆ่าฉันตอนนี้เลย……ความรู้สึกที่จิตสำนึกโดนกักขังอยู่ในร่างกาย น่ากลัวและสิ้นหวังยิ่งกว่าขุมนรกขุมที่สิบแปดเสียอีก!!”
“ที่จริง……ตายเสีย! ยังจะดีกว่า! มีชีวิตอยู่ซะอีก!!!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...