พลทหารพวกนี้ของสำนักว่านหลง ถึงแม้ต่างก็หวาดกลัวกำลังของเย่เฉิน แต่ในวินาทีนี้ ก็ทนดูท่าทางน่าเวทนาของว่านพั่วจวินไม่ได้
ยังไงซะ พวกเขาต่างก็ล้วนได้รับความเมตตาจากว่านพั่วจวินกันมาก่อน ไม่สามารถทนมองดูอย่างสบายใจได้
ยิ่งไปกว่านั้น หากว่าเย่เฉินยังเงียบอยู่ ไม่เพียงแต่ว่านพั่วจวินจะไม่สามารถรอดพ้นจากความตายแล้ว ลูกน้องอย่างพวกเขาเองก็คงรอดไปได้ยาก
ดังนั้น พวกเขาทุกคนต่างก็คุกเข่าลงพื้น หวงัว่าจะช่วยว่านพั่วจวินออกแรงได้สักหน่อย แล้วมาขอร้องให้เย่เฉินอภัยให้ด้วยกัน
เมื่อเห็นว่ามียอดฝีมือของสำนักว่านหลงมากมายขนาดนี้คุกเข่าลงอ้อนวอนขอร้องตรงหน้าเย่เฉิน เบื้องลึกหัวใจของเย่โจงฉวนนั้นตื่นเต้นอย่างมาก
จากภาพนี้ เขามองเห็นความหวังที่ตระกูลเย่จะลุกขึ้นได้อีกครั้ง อีกอย่าง การลุกขึ้นเช่นนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าตระกูลเย่จะเป็นที่หนึ่งของประเทศ แต่สามารถนำพาตระกูลเย่ เป็นถึงที่หนึ่งของโลก
และตรงกันข้ามของเขา ซูเฉิงเฟิงที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ เบื้องลึกหัวใจนั้นกังวลอย่างมากที่สุด
คนของสำนักว่านหลงล้วนคุกเข่าลงแล้ว ตอนนี้ ทางค่ายฝั่งนี้ มีเพียงเขาคนเดียวที่ยังยืนอยู่
เขาไม่รู้ว่าตัวเองจะยังยืนอยู่อย่างนี้ต่อไป หรือว่ารีบคุกเข่าลงตามคนของสำนักว่านหลง
ยืนอยู่คงเดียว ไม่เหมาะสมแน่นอน
แต่ว่า ให้ตัวเองคุกเข่าให้กับเย่เฉิน นี่….นี่ดูเหมือนจะยิ่งไม่เหมาะสม
ยังไงซะ ตัวเองก็เป็นถึงผู้นำตระกูลของตระกูลซู เดิมทีที่ใส่ชุดไว้ทุกข์ให้กับพ่อแม่ของว่านพั่วจวินก็อับอายมากพอแล้ว แล้วตอนนี้ถ้ายังคุกเข่าให้กับเย่เฉินอีก นั่นก็จะยิ่งอับอายขึ้นไปอีกไม่ใช่หรือไง?
ว่านพั่วจวินสะอื้นอย่างเจ็บปวดมาก “ละอายใจครับ…ตอนนี้ผมละอายใจมาก ไม่เพียงแต่ละอายใจต่อพี่น้องสำนักว่านหลง ละอายใจต่อพ่อแม่ของผม ก็ยังละอายใจต่อคุณเย่ และพ่อแม่ของคุณเย้ด้วย….”
พูดแล้ว เขาเงยหน้ามองซูโสว่เต้ารวมทั้งตู้ไห่ชิง สะอื้นพูดว่า “ลุงซู น้าตู้ครับ ให้ท่านทั้งสองอ้อนวอนขอร้องแทนผม ในใจของพั่วจวินเองก็รู้สึกละอายใจเป็นอย่างมากครับ….”
ซูโสว่เต้าถอนหายใจยาว ไม่ได้พูดอะไร
เขาในเวลานี้ ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรเพื่อตอบกลับว่านพั่วจวิน
ว่านพั่วจวินหันกลับมามองไปทางเย่เฉิน พูดอย่างจริงจังว่า “คุณเย่ครับ หากว่าคุณไม่เห็นค่าผมว่านพั่วจวิน และก็ไม่ต้องการคนพิการอย่างผมว่านพั่วจวินคนนี้มาเป็นขี้ข้า งั้นว่านพั่วจวินสามารถใช้ความตายมาเป็นการขอโทษ หากว่าวันนี้ผมตายลงที่นี่ สามารถทำให้คุณพอใจได้ สามารถทำให้คุณหายโกรธได้ งั้นผมก็ยินดีตายเดี๋ยวนี้ ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว!และผมก็ยินดีที่จะตายไปแล้วถูกทิ้งศพไว้ในป่า ให้สัตว์ทั้งหลายมาแทะกิน ขอเพียงคุณเย่ให้ความเมตตา ให้พ่อแม่ผมกลับสู่หลุมศพให้สบายใจครับ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...