เย่เฉินเองก็ไม่ได้จงใจข่มขู่ซูเฉิงเฟิง
ก่อนหน้าของวันนี้ เดิมทีเขาคิดอยากจะฆ่าว่านพั่วจวินกับซูเฉิงเฟิงทิ้งพร้อมกัน
เพียงแต่ว่า ได้เปลี่ยนความคิดหลังจากที่ว่านพั่วจวินขึ้นมาที่ภูเขาเย่หลิงซานแล้ว
เขารู้ว่าว่านพั่วจวินนั้นมันอวดดีเกินไป แต่อย่างน้อยก็มีความกตัญญูต่อพ่อแม่ และก็มีความภักดีต่อเพื่อนรบ
เมื่อเชื่อมโยงกับที่ว่าอนาคตตัวเองจะต้องก้าวสู่ยุโรปอเมริกา และก็จำเป็นต้องมีทีมที่แข็งแกร่งมากพอ ดังนั้นเขาจึงเปลี่ยนความคิด และรับว่านพั่วจวินรวมทั้งสำนักว่านหลงทั้งหมดมาเป็นของตน
ในเมื่อว่านพั่วจวินก็รับมาแล้ว จะฆ่าตาแก่ซูเฉิงเฟิงนี่เพียงคนเดียวก็ไม่มีความหมายอะไร เพราะงั้นบีบให้เขามอบตำแหน่งให้กับซูจือหยู แล้วจัดการปัญหาใหญ่ของตระกูลซูทิ้งไปซะยังดีกว่า
เย่เฉินเชื่อมั่นในตัวซูจือหยู และก็เชื่อในความสามารถของซูจือหยูด้วยเช่นกัน ตัวเองสามารถทำให้เธอขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำตระกูลได้ เธอจะต้องสามารถจัดการปัญหาภายนอกภายในของตระกูลซูได้ดีอย่างแน่นอน
ถึงตอนนั้น ตระกูลซูก็จะไม่ใช่ศัตรูกับตระกูลเย่อีกต่อไป แต่เปลี่ยนเป็นพันธมิตรกับเย่เฉิน
ซูเฉิงเฟิงเองก็เดาความคิดของเย่เฉินออก เมื่อสงบสติอารมณ์ลงมาแล้ว ก็หันไปมองซูจือหยู พูดอย่างจริงจังว่า “จือหยู คุณเย่พูดถูก ทั้งหมดในตระกูลซูไม่มีใครที่จะขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งนี้มากไปกว่าเธอแล้วจริงๆ ฉันจะรีบจัดการขั้นตอนทั้งหมดให้เสร็จ แล้วมอบทั้งหมดของตระกูลซูให้แก่เธอ ต่อไปโชคชะตาชีวิตของตระกูลซูก็ต้องพึ่งพาเธอนำทางแล้วละ!”
ซูจือหยูลังเลสักพัก แล้วพูดว่า “คุณปู่คะหนูเข้าใจแล้วค่ะ”
พูดจบ เธอหันไปมองเย่เฉิน พูดอย่างจริงจังและหนักแน่นว่า “ผู้มีพระคุณสบายใจได้ค่ะ ฉันจะทำให้เต็มที่แน่นอนค่ะ!”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อย พูดว่า “ในเมื่ออย่างนี้ งั้นก็รอคืนนี้เซ็นเอกสารดำเนินการทั้งหมดแล้วกัน”
เย่เฉินพูดเสียงเย็นชาว่า “นายอย่าลืมว่าเรื่องที่ซูจือหยูขึ้นเป็นผู้นำตระกูลนั้นใครเป็นคนสนับสนุน”
พูดจบ เขาก็พูดอีกว่า “ในเมื่อนายจะเอาจริงเอาจังกับคำพูดของฉันขนาดนั้น งั้นนี่ก็ไม่สำคัญ”
เวลานี้เย่เฉินมองไปยังซูเฉิงเฟิง พูดนิ่งๆว่า “คุณท่านใหญ่ซูครั้งนี้ตอนเซ็นเอกสารที่เกี่ยวข้อง ก็รวดแก้ไขระบบของตระกูลซูสักหน่อย ต่อไปซูจือหยูไม่ใช่ผู้นำตระกูลซูอะไรนั่น แต่เป็นท่านประธานของซูซื่อกรุ๊ป”
ซูเฉิงเฟิงกล้าขัดคำสั่งของเย่เฉินที่ไหนกัน จึงได้รีบพูดว่า “ไม่มีปัญหา! ไม่มีปัญหา! ยังไงซะจากทางกฎหมายแล้ว ตำแหน่งผู้นำตระกูลนี้ก็ยืนได้ไม่มั่นคง สิ่งที่สามารถมั่นคงได้ก็คือตำแหน่งท่านประธาน รวมทั้งสิทธิ์ของหุ้นในกลุ่มคณะกรรมการบริหารบริษัท”
เย่เฉินพยักหน้า มองไปทางซูโสว่เต้า พูดว่า “งั้นก็ขอโทษด้วยนะ ครั้งนี้ลูกสาวนายขึ้นเป็นท่านประธานซูซื่อกรุ๊ป ไม่ใช่ผู้นำตระกูลซู เพราะงั้นก็ทำได้เพียงลำบากนายกลับไปอยู่ที่ซีเรียอีกสักหน่อย แต่ว่านายสบายใจได้ ฉันจะบอกกับคามมิตไว้ว่าให้เขาดูแลนายเป็นพิเศษสักหน่อย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...