จากนั้น เย่เฉินก็พูดอีกว่า: “ทางที่ดีสุดคือสามารถเลือกฐานทัพให้กับพวกเขา ให้พวกเขาตั้งรากฐาน ในเวลาเดียวก็สามารถเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ทางธุรกิจของพวกเขา เมื่อก่อนนี้พวกเขาเป็นแค่ทหารรับจ้างเพียงอย่างเดียว ยิ่งคุณให้เงินมากก็ช่วยใครทำงาน ไม่มีแนวความคิดอะไร ดังนั้นก็เคยทำเรื่องดี และเรื่องไม่ดีก็เคยทำ”
“หลังจากนี้ ผมจะกำหนดมโนธรรมขั้นพื้นฐานให้กับพวกเขา อย่างน้อยก็มโนธรรมขั้นพื้นฐานไม่ต่อต้านกับรัฐเอกราชใดบนโลก พูดได้ว่า จากนี้ไปพวกเขาได้เพียงยอมรับการว่าจ้างตามกฎหมายจากรัฐเอกราช ในขณะเดียวกันต้องไม่เป็นศัตรูกับรัฐเอกราช ก็พูดได้ว่า ถ้าหากประเทศไหนว่าจ้างพวกเขาไปโจมตีอีกประเทศหนึ่ง เรื่องราวแบบนี้ห้ามรับปากเด็ดขาด นอกจากว่าประเทศหนึ่งว่าจ้างพวกเขาไปให้เคลียร์กองกำลังติดอาวุธผิดกฎหมาย ด้วยแบบนี้ พวกเขาก็สามารถมีความสัมพันธ์อันดีกับกระแสความคิดหลักของโลกได้”
กู้เย้นจงพยักหน้าอย่างจริงจัง และกล่าวว่า: “ถูกต้อง! แม้ว่าจะเป็นโลกที่คนมีอำนาจกดขี่ข่มเหงผู้อ่อนแอ แต่ตรรกะพื้นฐานยังคงเป็นไปตามหลักการทางกฎหมาย และความร่วมมือกับรัฐเอกราช สามารถยืนหยัดอย่างถูกกฎหมายได้”
จากนั้น กู้เย้นจงก็พูดอีกว่า: “แต่ว่าเฉินเอ๋อ ลุงคิดว่าทางที่ดีที่สุดนายควรจะปรับปรุงสำนักว่านหลงทั้งหมดหน่อยนะ”
เย่เฉินรีบถามว่า: “ลุงกู้ ลุงมีคำแนะนำอะไรดีๆมั้ยครับ?”
กู้เย้นจงกำลังจะพูด หลินหว่านชิวที่อยู่ด้านข้างก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า: “โธ่เอ๊ย พวกคุณผู้ชายสองคนพูดคุยแบบนี้อยู่ในลานบ้าน อาหารได้เตรียมไว้ตั้งนานเรียบร้อยแล้ว เข้าไปทานไปด้วยคุยไปด้วยดีกว่านะ!”
กู้ชิวอี๋ในเวลานี้ยังคงกอดแขนของเย่เฉินอย่างแน่นหนา และพูดอย่างอ่อนหวานว่า: “ใช่ค่ะพ่อ! หนูหิวจนทนไม่ไหวตั้งนานแล้ว ก็รอพี่เย่เฉินกลับมาทานข้าวด้วยกันนะคะ”
“ใช่ๆๆๆ!”กู้เย้นจงพูดด้วยรอยยิ้มว่า: “เฉินเอ๋อ พวกเข้าไปกันเถอะ กินไปด้วยคุยไปด้วย!”
“ถ้าหากสำนักว่านหลงในเวลานั้นยังเป็นองค์กรทหารรับจ้าง และนายฐานะเจ้านายของสำนักว่านหลงที่แท้จริง นายก็ต้องรับผิดชอบหนี้แค้นทั้งหมดของสำนักว่านหลง ถ้าเกิดถูกคนอื่นรู้ความสัมพันธ์นี้เข้า นายก็ถูกต่อต้านจากกระแสความคิดหลักของสังคมอย่างแน่นอน”
“และเกิดนายถูกต่อต้านจากกระแสความคิดหลักของสังคม งั้นผลกระทบไม่เพียงแค่ชื่อเสียงตัวนายเอง แต่ยังรวมถึงชื่อเสียงของตระกูลเย่ด้วย”
“ดังนั้น คำแนะนำของลุงคือ นายจะต้องล้างมลทินของสำนักว่านหลงให้ขาวสะอาดและเปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างสมบูรณ์ จะต้องทำให้สำนักว่านหลงเหมาะสมชอบธรรมแล้วก็ถูกกฎหมายอยู่ในขอบเขตทั่วโลก!”
“ไม่อย่างนั้น วันนี้นายรับสำนักว่านหลงไว้แล้ว ก็เทียบเท่ากับว่าฝังระเบิดเวลาให้กับตัวเอง!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...