หวังตงเสวี่ยนเอ่ยด้วยความประหลาดใจ: “คุณชายคะ จะลงทุนครั้งเดียวสองแสนล้านเลยเหรอคะ? ราคานี้มันเยอะเกินไปหรือเปล่า...”
เย่เฉินอมยิ้ม เอ่ยว่า: “ในเมื่อต้องการไขว่คว้าโอกาสเอาไว้ก่อน ถ้างั้นเมื่อเงินทุนยิ่งเยอะก็จะยิ่งดีอยู่แล้ว ไม่งั้นก็คงกินเนื้อไม่ได้หรอกนะ อย่างมากสุดก็คงได้ซดซุปสองคำ”
สิ้นเสียง เย่เฉินเอ่ยขึ้นอีก: “ในอนาคต ฉันเตรียมที่จะค่อยๆ สร้างจินหลิงให้กลายเป็นเมืองอายุยืน นอกจากการประมูลยาอายุวัฒนะแล้ว ฉันยังวางแผนว่าจะสร้างชุมชนอายุยืนรวมทั้งกิจการบริการระดับไฮเอนด์อีกหลายแห่ง เกณฑ์มาตรฐานของชุมชนอายุยืนจะต้องกำหนดไว้สูงไร้ขีดจำกัด สูงจนเจ้าของกิจการทุกคนจะต้องมีชื่อเสียงเรียงนามเป็นเศรษฐีที่ขึ้นจัดลำดับในฟอบส์ถึงจะได้เท่านั้น ถึงตอนนั้นตราบใดที่พวกเขาอาศัยอยู่ในเขตชุมชนในเมืองฉัน ฉันก็สามารถมอบยาอายุวัฒนะตามสัดส่วนที่จำกัดกับพวกเขาเป็นล็อตๆ ได้ สำหรับคนเหล่านี้แล้ว ยาอายุวัฒนะหนึ่งเม็ดละลายในน้ำถังใหญ่ แล้วแบ่งให้พวกเขากินคนละหนึ่งแก้ว ก็เพียงพอแล้วที่จะให้พวกเขาแห่กันชิงสิ่งที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ถูกทำนองคลองธรรม”
หวังตงเสวี่ยนเข้าใจความหมายของเย่เฉินทันที รีบเอ่ยขึ้นว่า: “คุณชาย ฉันมีแผนที่โดยละเอียดของที่ดินรอพัฒนาของจินหลิงทั้งหมดอยู่ คุณจะดูสักหน่อยไหมคะ ดูว่าที่ดินผืนไหนคุณสนใจเป็นพิเศษ”
“ดี!”
หวังตงเสวี่ยนเปิดจออัจฉริยะโต้ตอบภายในห้องทำงานทันที จากนั้นก็เปิดแผนที่จินหลิงสุดพิเศษขึ้นมา ในแผนที่นี้ เขตเมืองจินหลิงเต็มไปด้วยขนาดใหญ่และเล็กไม่เท่ากัน รวมทั้งพื้นที่สีเขียวที่ขนาดไม่สม่ำเสมอกันด้วย
หวังตงเสวี่ยนชี้ไปยังพื้นที่สีเขียวบนแผนที่ เอ่ยกับเย่เฉินว่า: “คุณชาย พื้นที่สีเขียวทั้งหมดบนแผนที่ ล้วนเป็นที่ดินรอการพัฒนาและใช้สำหรับการค้าขายได้ เมื่อเทียบกับในเมืองแล้วค่อนข้างน้อย ขอบเขตก็เล็กเหมือนกัน แต่ว่าเริ่มจากเขตพัฒนาใหม่ไปจนถึงเขตชานเมือง การอุปทานที่ดินดีขึ้นเยอะอย่างเห็นได้ชัด”
“นอกจากนี้ ยังจะสร้างห้างสรรพสินค้าสุดหรูขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นชาเนล แอร์แม็ส หลุยส์วิตตองหรือแม้แต่ลัมโบร์กีนี เฟอร์รารี่ แบรนด์ชั้นนำเหล่านั้น ก็จะนำเข้ามาทั้งหมด ถ้าฉันดึงดูดเศรษฐีเหล่านั้นมาที่จินหลิงได้ ก็จะต้องให้พวกเขาเจอกับสถานที่ที่สามารถผลาญเงินเหมือนผลาญดิน จ่ายเงินก้อนใหญ่ในจินหลิงได้สิ”
“ข้อสาม ข้อสุดท้าย ขอเพียงดึงดูดคนมีเงินเหล่านั้นมาได้แล้ว โปรเจกต์ของเราก็ไม่มีทางขาดทุน ถึงขั้นว่าได้เงินเป็นกอบเป็นกำแทน!”
เอ่ยถึงตรงนี้ เย่เฉินจึงเอ่ยต่อด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม: “สิ่งที่เราต้องทำ ก็คือโปรเจกต์อสังหาริมทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นมากที่สุดในโลก อีกทั้งเราไม่เอาเปรียบคนจน ไม่เอาเปรียบคนรวยธรรมดา แต่จะเอาเปรียบคนส่วนน้อยที่มีเงินมากที่สุดในโลกเหล่านั้น! ให้พวกเขายอมซื้ออสังหาในจินหลิงด้วยราคาที่สูงกว่าสิบเท่าหรือแม้แต่ร้อยเท่าจากใจ ยอมเป็นคนโง่อย่างเต็มใจ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...