เมื่อเย่เฉินหยิบยกความคิดที่ว่าให้สำนักว่านหลงปฏิรูปในตอนเริ่มต้นนั้น ลึกๆ ภายในใจของว่านพั่วจวินเห็นด้วยเต็มท่ี
เพียงแต่ว่า สิ่งเดียวที่เขาเป็นกังวลก็คือความสามารถที่จะได้กำไรหลังจากปฏิรูปแล้ว
ตอนนี้เขาไม่พึงต้องการเงิน ทว่าทหารหลายหมื่นนายของสำนักว่านหลงต้องการดำรงชีวิต ค่าใช้จ่ายของคนกลุ่มนี้ค่อนข้างมาก หากสำนักว่านหลงไม่สามารถบรรลุจุดคุ้มทุนได้ เช่นนั้นเขาก็คงบอกเล่าให้ทหารทั้งหมดของสำนักว่านหลงฟังได้ยาก
ทว่า หลังจาดที่ได้ฟังที่เย่เฉินบรรยายถึงแผนการในอนาคตแล้ว เขาก็มีความมั่นใจขึ้นมาทันที
ดังนั้น เขาจึงถามเย่เฉินว่า: “คุณเย่ คุณเข้าใจเรื่องเงินเดือนของผู้รักษาความปลอดภัยนานาชาติสองรูปแบบที่กล่าวมาด้านหลังหรือไม่? ผมอยากจะคำนวณคาดการณ์ดูสักหน่อยถึงความผันผวนของรายได้ของสำนักว่านหลงในอนาคต”
เย่เฉินเอ่ย: “เรื่องรายละเอียดฉันไม่รู้มากหรอก เดี๋ยวฉันไปสอบถามดูสักหน่อย”
สิ้นเสียง เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรหาเฮ่อจือชิวก่อน
เดิมทีเฮ่อจือชิวก็เข้าใจเรื่องการขนส่งระหว่างประเทศอย่างลึกซึ้งอยู่แล้ว อีกทั้งตอนนี้ก็ได้เริ่มบริหารบริษัท นานาซูขนส่ง จำกัดแล้วด้วย เขาจึงรู้จักข่าวสารรายละเอียดของตลาดการขนส่งมากยิ่งขึ้น
ปลายสายรับโทรศัพท์ เฮ่อจือชิวเอ่ยถามอย่างกลบความตื่นเต้นไว้ไม่ได้: “คุณเย่ คุณกลับมาจินหลิงแล้วเหรอ?”
“เรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่บรรจุตู้คอนเทนเนอร์มาตรฐานได้มากกว่าหมื่นตู้ ค่าขนส่งสำหรับการขนส่งเต็มลำต่อครั้งอยู่ที่หนึ่งถึงสองร้อยล้านดอลลาร์ ส่วนเรือที่บรรจุได้มากกว่าสองหมื่นตู้คอนเทนเนอร์ ขนส่งครั้งเดียวก็สามารถคืนทุนเรือได้แล้ว เจ้าของเรือได้เงินเป็นกอบเป็นกำ ดังนั้นก็ยอมที่จะจ่ายหลายแสนดอลลาร์เพื่อการันตีความปลอดภัยเหมือนกัน”
เย่เฉินถามอีกครั้ง: “แล้วตอนนี้โจรสลัดทางอ่าวเอเดนออกมาบ่อยไหม?”
“บ่อย” เฮ่อจือชิวเอ่ยอธิบายต่อ: “โจรสลัดทางนั้นไม่หยุดหย่อนกันเลย ยิ่งตลาดการขนส่งรุ่งเรืองแค่ไหน พวกเขาก็ยิ่งกระตือรือร้นมากขึ้น หากพวกเขาปล้นเรือสินค้าลำหนึ่ง จะยึดทั้งเรือและคนเป็นตัวประกันจากนั้นก็จะเรียกค่าไถ่จากเจ้าของเรือ โดยเรือหนึ่งลำอย่างน้อยก็เริ่มต้นที่หลายร้อยล้านดอลลาร์ บางครั้งก็ถึงขั้นสิบล้านขึ้นไป เจ้าของเรือก็ไม่กล้าไม่ให้ อีกทั้งเจรจากันไปมาก็เสียเวลามากๆ ด้วย เสียค่าขนส่งครั้งหนึ่งไป อาจเสียรายได้ค่าขนส่งหลายสิบล้านหรือกระทั่งหลายร้อยล้านดอลลาร์เลย ดังนั้นตอนนี้เจ้าของเรือถึงให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยนานาชาติมาก เรือขนส่งขนาดใหญ่ก็ยอมจ่ายเงินส่วนนี้”
สิ้นเสียง เฮ่อจือชิวเอ่ยขึ้นอีก: “จริงสิ หลังจากที่บริษัทขนส่งตระกูลซูเข้ามาร่วมแล้ว พวกเราก็เริ่มขนส่งสินค้าตามปกติแล้ว เรือของเราเองก็จะจ้างบริการรักษาความปลอดภัยนานาชาติเหมือนกัน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...