เย่เฉินไม่คาดคิดว่าเมื่อตนเองกล่าวถึงจี๋ชิ่งถังแล้ว ซ่งหวั่นถิงจะร้องไห้จนสะอึกสะอื้น
เมื่อเห็นสถานการณ์นี้ เขาคิดว่าซ่งหวั่นถิงรู้สึกสะเทือนใจกับอุปสรรคและความทุกข์ทรมานในอดีต จึงรีบกล่าวปลอบโยนว่า “เรื่องเลวร้ายนั้นได้ผ่านไปแล้ว ตอนนี้คุณเป็นหัวหน้าตระกูลซ่ง คุณจะต้องเข้มแข็ง และมองไปข้างหน้า”
ซ่งหวั่นถิงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว เช็ดน้ำตาและกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “อาจารย์เย่ ขอโทษด้วย ฉันทำให้คุณเห็นเรื่องตลกแล้ว....... ”
เย่เฉินยิ้มด้วยความเข้าใจ “สำหรับผมแล้วไม่เป็นไร แต่เหล่าเฉินกำลังจะขึ้นมาแล้ว ถ้าเขาเห็นคุณอยู่ในสภาพแบบนี้ ไม่รู้ว่าเขาจะคิดอย่างไร?”
หลังจากนั้น เย่เฉินกล่าวพึมพำกับตนเองด้วยความประหลาดใจ “ทำไมไอ้หมอนี้จอดรถนานขนาดนั้น?”
เวลานี้ ณ.ชั้นล่างของตึกซ่งซื่อกรุ๊ป
เฉินจื๋อข่ายสูบบุหรี่ และเมื่อเห็นว่าบุหรี่ไหม้ถึงก้นบุหรี่แล้ว จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้น มองดูนาฬิกาตรงข้อมือ และกล่าวพึมพำเบา ๆ “เกือบสิบนาทีแล้ว น่าจะพอประมาณแล้วมั้ง?”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวพึมพำว่า “คุณชายและคุณซ่งต้องมีเรื่องส่วนตัวมากมายที่ไม่ต้องการให้ผมได้ยิน ถ้าให้เวลาพวกเขาสองคนอยู่ตามลำพังมากขึ้น มันคงเป็นเรื่องไม่เลว”
หลังจากกล่าวจบ เขาโยนก้นบุหรี่ทิ้งทันที หยิบบุหรี่อีกมวนออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วจุดไฟอีกครั้ง
หลังจากสูบบุหรี่มวนนั้นเสร็จ เฉินจื๋อข่ายก็เดินขึ้นไปชั้นบนอย่างช้า ๆ และมายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องทำงานของซ่งหวั่นถิง
เขายืนฟังเสียงด้วยความระมัดระวังอยู่ที่ประตูสองสามวินาที และหลังจากไม่พบการเคลื่อนไหวแปลก ๆ เขาก็เคาะประตู
“ไม่มีปัญหา” เฉินจื๋อข่ายรับปากทันที และกล่าวกับซ่งหวั่นถิงว่า “คุณซ่ง ผมไม่ค่อยรู้ข้อมูลเฉพาะในการประมูลวัตถุโบราณ ดังนั้นงานนี้อาจขึ้นอยู่กับคุณเป็นหลัก และเมื่อถึงเวลานั้นผมจะรับผิดชอบโปรโมตล่วงหน้า การพัฒนาโปรแกรมและเรื่องออนไลน์ และสนับสนุนสถานที่ทั้งหมดของการประมูล ส่วนกระบวนการเฉพาะและขั้นตอนการดำเนินของงานประมูล ยังคงให้คุณเป็นคนตรวจสอบ”
ซ่งหวั่นถิงรีบกล่าวว่า “ผู้จัดการทั่วไปเฉิน คุณไม่ต้องสุภาพกับฉันขนาดนั้น ทำให้ฉันรู้สึกละอายและไม่กล้ารับจริง ๆ”
หลังจากนั้น เธอกล่าวอีกว่า “ฉันจะไม่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับขั้นตอนเฉพาะและการดำเนินการของานประมูล แต่ตอนนี้สิ่งที่ฉันกังวลมากที่สุดคือการเลือกรายการประมูล.......”
เย่เฉินถามว่า “การเลือกรายการประมูลนั้น มีปัญหาอะไรเป็นพิเศษ?”
ซ่งหวั่นถิงกล่าวด้วยท่าทางอึดอัดว่า “บอกตามตรง ถึงแม้ว่าจี๋ชิ่งถังจะมีชื่อเสียงในตลาดวัตถุโบราณเมืองจินหลิงไม่น้อย แต่ในระดับประเทศแล้ว เป็นเพียงอันดับสองหรือสามเท่านั้น ดังนั้นลูกค้าและของสะสมประมูลของพวกเรานั้นไม่ค่อยดีมากนัก และขอสะสมที่สามารถหาได้นั้นก็ค่อนข้างธรรมดา เมื่อถึงเวลานั้นการที่นำของสะสมพวกนั้นเป็นตัวเสริมสำหรับยาอายุวัฒนะ เกรงว่าอาจจะไม่คู่ควรแสดงออกสู่สาธารณชน......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...