ไม่นาน ภายในห้องผู้ป่วยของจิมมี่ ก็ถูกอัดล้อมไปด้วยหมอในชุดกราวสีขาว
ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็งของมาโยคลินิกต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
คนที่สามารถเข้ามาในห้องผู้ป่วยได้ ต้องเป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในแต่ละแผนกและผู้ชำนาญในห้องปฏิบัติการเท่านั้น ส่วนคนอื่นๆที่ตำแหน่งค่อนข้างเล็ก ทำได้เพียงยืนมองผ่านกระจกใสด้านนอกห้องผู้ป่วย
ทุกคนต่างก็ได้ยินมาว่า มีปาฏิหาริย์ครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่ห้องICU ลูกชายของสมิธผู้บริหารระดับสูงของFDA ได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพเพราะยาดั้งเดิมชนิดหนึ่งที่มาจากหัวเซี่ย และยังได้ยินอีกว่าต้องควบคุมการทานยาของเขาตลอดกระบวนการ ดังนั้น จึงไม่มีใครอยากพลาดโอกาสได้เห็นกับตาตัวเองว่ามันเป็นปาฏิหาริย์หรือแค่ข่าวลือกันแน่
ในเวลานี้ จิมมี่กำลังพยายามกลืนแคปซูลยาในปากลงไปโดยมีแม่คอยช่วยเหลือ
เมื่อแคปซูลยาเข้ามาในปากก็ละลายไปในทันที
จิมมี่เอ่ยพูดอย่างตกใจ “แม่ฮะ ยานั้นเข้าปากมาได้ไม่ทันไรก็ละลายหมดแล้ว….ละลายเร็วกว่าสายไหมอีก!”
สมิธเอ่ยพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจ “การละลายน้ำของยานี่ไม่น่าจะดีขนาดนั้นนะ เพิ่งกินเข้าไปไม่ทันไรทำไมละลายหมดแล้วล่ะ?”
เจนนี่ไม่สนใจที่เขาพูด เอ่ยถามลูกชายอย่างรีบร้อนว่า “จิมมี่ รู้สึกยังไงบ้าง?”
หมอเจ้าของไข้เองก็รีบเอ่ยถามขึ้นมาว่า “ใช่จิมมี่ นายรู้สึกยังไง พยายามอธิบายออกมาให้พวกฉันฟังให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้นะ”
จิมมี่คิดอยู่สักพัก ก็พูดว่า “ผมรู้สึกว่าพอยาเข้าไปในท้องมันจะร้อนๆ หลังจากนั้นก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดบนร่างกายมันทุเลาลงมาก ไม่ปวดหัวแล้วด้วย…..”
ในตอนนี้เอง ผู้ช่วยของหมอเจ้าของไข้ก็จ้องไปที่ข้อมูลและสัญลักษณ์บนจอเครื่องมือแพทย์ พร้อมกับอุทานออกมาอย่างตกใจว่า “ด๊อกเตอร์ครับ ข้อบ่งชี้ของร่างกายจิมมี่เพิ่มขึ้นเร็วมาก ปริมาณอ็อกซิเจนในเลือด ความดันเลือด และอัตราการเต้นของหัวใจก็เพิ่มขึ้นเหมือนกันครับ โดยภาพรวมเพิ่มขึ้นเร็วจนถึงความปกติขั้นต่ำของวัยเด็กแล้วครับ”
พวกเขานำวิธีรักษาและวิธีช่วยชีวิตเท่าที่จะนึกได้มาปรับใช้หมดแล้ว ซึ่งแต่ละวิธีก็ไม่ได้ลองแค่ครั้งเดียวด้วย
มันไม่มีฮอร์โมนตัวไหนสร้างประสิทธิภาพได้ดีขนาดนี้หรอก
สมิธเอ่ยถามขึ้นมาอีกว่า “ถ้าอย่างนั้นเป็นไปได้ไหมที่พวกเขาจะค้นพบฮอร์โมนชนิดที่เรายังไม่เคยเจอ?”
แมททิวเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วน “ตามหลักการแล้วไม่น่าจะได้ ถ้าหากพวกเขาค้นพบหรือสร้างฮอร์โมนชนิดใหม่ขึ้นมา แล้วยิ่งเป็นฮอร์โมนที่มีประสิทธิภาพดีขนาดนี้ พวกเขาคงจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ และป่าวประกาศให้ทั่วโลกได้รู้จักฮอร์โมนชนิดนี้ไปแล้ว แบบนี้เพียงพอให้พวกเขาหาเงินได้หลายหมื่นล้านดอลล่าต่อปี คุณว่าพวกเขาจำเป็นต้องเสียเวลาซ่อนฮอร์โมนชนิดนี้ในยาด้วยเหรอ? มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!”
“แม่งเอ้ย…..” สมิธขยี้หัว หลุดปากพูดออกไปว่า “ยอมรับเลยว่าไอ้ยานี้ทำผมสับสนไปหมด……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...