และในตอนนี้เอง จิมมี่ที่นอนอยู่บนเตียงก็เอ่ยพูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น “ผมเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อยๆแล้ว!แม่ฮะ!ผมเห็นหน้าแม่ชัดแล้ว!”
“จริงเหรอ?!” เมื่อเจนนี่ได้ยินแบบนี้ ก็ดีใจแทบบ้า น้ำตาหลั่งไหลออกมาเป็นสาย
แม้ว่าเธอไม่ใช่หมอ และไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในด้านการแพทย์ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็เป็นถึงนักเรียนดีเด่นที่จบมาจากไอวีลีก
เธอรู้ว่าที่ลูกชายมองไม่เห็น เป็นเพราะประสาทตาถูกเนื้องอกกดทับ
ดังนั้นในตอนนี้เธอจึงรู้ดีเป็นที่สุดว่า การที่สายตาของลูกชายค่อยๆฟื้นฟู มันพิสูจน์ได้ว่าเนื้องอกที่กดทับประสาทตาของเขาเอาไว้ ได้รับการคลายตัวออกแล้ว!
เธอพูดเสียงกลั้วสะอื้นออกมาว่า “ดีจริงๆ! ดีมากจริงๆ!”
จิ่มมี่เริ่มมีแรง ดังนั้นเขาจึงพยายามยกมือขวาที่มีสายน้ำเกลือและเครื่องวัดออกซิเจนในเลือดเสียบคาอยู่ขึ้นมา เช็ดน้ำตาให้ผู้เป็นแม่เบาๆ เอ่ยปลอบใจว่า “แม่อย่าร้องเลยนะฮะ ผมดีขึ้นแล้ว แม่ควรที่จะดีใจแทนสิ!”
จิมมี่สามารถยกมือขึ้นมา แถมยังเช็ดน้ำตาตรงหางตาให้เจนนี่ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งภาพนี้ทำเอาทุกคนเบิกตาอ้าปากค้าง
หมอเจ้าของไข้ตบหน้าตัวเอง พูดงึมงำว่า “ฉันตาฝาดไปหรือเปล่า…..”
สมิธในตอนนี้สติแตกแล้ว เขารีบพุ่งเข้าไป คุกเข่าลงตรงหน้าลูกชายแล้วเอ่ยถามว่า “จิมมี่ เห็นหน้าพ่อชัดไหม?”
จิมมี่เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “พ่อฮะ ทำไมจมูกพ่อมีผื่นแดงขึ้นล่ะฮะ……”
สมิธลูบตุ่มนูนๆบนจมูกของตัวเองโดยอัตโนมัติ ร้องไห้น้ำตาไหลอาบหน้าเช่นเดียวกันเกับภรรยา สะอื้นแล้วพูดว่า “สองสามวันมานี้ระบบต่อมไร้ท่อของพ่ออาจจะรวนน่ะลูก ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่กี่วันก็หายแล้ว”
เพราะว่า สิ่งนี้มันโค่นล้มประสบการณ์ทุกอย่างที่พวกเขาเก็บสะสมมาตลอดหลายสิบปี
ในตอนนี้เอง หมอเจ้าของไข้ก็หันไปพูดกับผู้ช่วยข้างกายว่า “รีบแจ้งเรื่องไปที่ศูนย์เวชศาสตร์นิวเคลียร์ ให้หมอที่ดูแลเรื่องPET-CTเตรียมพร้อม เพื่อสแกนร่างกายให้จิมมี่!”
สิ่งที่PET-CTแตกต่างจากCTธรรมดาทั่วไปก็คือ มันสามารถสแกนร่างกายของผู้ป่วยตั้งแต่หัวจรดเท้าได้จนหมด และจะได้รับภาพตัดขวางในทุกๆตารางนิ้วของร่างกายภายในรวดเดียว ซึ่งเป็นหนึ่งในตัวเลือกในการตรวจสภาพร่างกายของผู้ป่วยโรคได้ดีที่สุด
และต้องผ่านขั้นตอนนี้เท่านั้น หมอถึงจะสามารถมองเห็นเนื้องอกของจิมมี่ภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด จะได้รู้กันไปเลยว่าตอนนี้มันยังไงกันแน่
อีกอย่างการรักษาส่วนใหญ่ของจิมมี่อยู่ที่โรงพยาบาลนี้ ที่นี่มีข้อมูลรูปภาพCTในทุกๆขั้นตอนของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และเพิ่งทำการสแกนไปหนึ่งครั้งไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้เอง
ดังนั้น ขอแค่รีบสแกนทั่วทั้งร่างกายของจิมมี่อีกครั้ง แล้วนำมาเปรียบเทียบกับผลลัพธ์ในไม่กี่เดือนก่อนหน้า ก็จะสามารถรู้ได้แล้วว่าเซลล์มะเร็งในร่างกายของจิมมี่ มันเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบไหน!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...