ด้วยเหตุนี้ ยาชนิดนี้จึงผลิตได้น้อยมาก
เหตุผลที่เขาปรุงยานี้ขึ้นมาไม่ใช่เพื่อแสวงหากำไร แต่เพื่อช่วยบริษัทผลิตยาเก้าเสวียนเปิดประตูสู่ตลาดต่างประเทศเท่านั้น
เมื่อสมิธได้ยินเรื่องนี้ เขาเดาว่า “เหตุผลที่บริษัทผลิตยาเก้าเสวียนไม่สามารถผลิตยานี้ได้เป็นจำนวนมากได้ ต้องเป็นเพราะระดับเทคโนโลยีการผลิตของพวกเขา ซึ่งส่งผลให้พวกเขาไม่สามารถผลิตเป็นจำนวนมากได้!”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เขารีบกล่าวว่า “คุณเว่ย คุณเย่ ไม่รู้ว่าคุณสองคนสนใจที่จะขายสิทธิบัตรของยานี้ให้กับบริษัทผลิตยาของสหรัฐอเมริกาไหม?”
เมื่อเย่เฉินได้ยินประโยคนี้ เขาหรี่ตาและเหลือบมองสมิธ
เขาคิดว่า ในที่สุดจิ้งจอกเฒ่าก็โผล่หางออกมาแล้ว
ดังนั้น เขาจึงกล่าวอย่างด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “เป็นไปไม่ได้ พวกเราจะไม่ขายสิทธิบัตรนี้เด็ดขาด!”
สมิธรีบกล่าวว่า “ถ้าผู้ประกอบการของสหรัฐอเมริกาสามารถจ่ายเงินเป็นจำนวนมหาศาลเพื่อซื้อล่ะ? เช่นหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐหรือมากกว่านั้น?”
เย่เฉินยังคงส่ายศีรษะ “อย่าว่าแต่หลายหมื่นล้านเลย ถึงแม้ว่าจะเป็นหลายแสนล้าน หรือล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ พวกเราก็ไม่ขาย”
เหตุผลที่เย่เฉินไม่ยอมขาย นั่นเป็นเพราะไม่สามารถขายได้
ตนเองสามารถมอบสูตรยานี้ให้กับคนอื่นได้ตลอดเวลา แต่ไม่มีใครผลิตได้
ถ้าอีกฝ่ายไม่สามารถผลิตได้ แล้วจะเต็มใจจ่ายค่าสิทธิบัตรได้อย่างไร?
นี่ไม่ใช่เหมือนกับการหลอกบริษัทผลิตยาโคบายาก่อนหน้านั้น อย่างไรก็ตามตอนนั้นโคบายา ชิอิจิโร่มาเพื่อแย่งชิงยา ถ้าให้ยาปลอมไปกินแล้ว พ่อของเขาเสียชีวิต เขาก็ทำได้เพียงยอมรับความสูญเสียแต่พูดอะไรไม่ได้
เย่เฉินพยักหน้าด้วยสีหน้าเคร่งขรึมและกล่าวว่า “คุณสมิธ ไม่ว่ายารักษาโรคมะเร็งจะมีประโยชน์อย่างไร แต่ก็สามารถเป็นประโยชน์ต่อผู้คนไม่กี่สิบล้านเท่านั้น..... ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ เย่เฉินเปลี่ยนหัวข้อและกล่าวอย่างจริงจังว่า “แต่เนื่องจากฐานการวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของสหรัฐอเมริกาแข็งแกร่งมาก ทำไมพวกคุณไม่วิจัยวิธีผลิตน้ำมันสังเคราะห์ราคาถูกและปริมาณมากล่ะ? หากคุณสามารถลดต้นทุนการผลิตน้ำมันหนึ่งบาร์เรลต่อดอลลาร์สหรัฐได้ และผลิตอยู่ที่ห้าหกเจ็ดแปดแสนล้านบาร์เรลต่อปี เช่นนั้นพวกคุณจะไม่เพียงแค่สามารถแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานโลกได้เท่านั้น คนตะวันออกกลางจะได้ไม่ต้องถูกพวกคุณส่งทหารเข้าไปที่ประเทศพวกเขาด้วยเหตุผลมากมาย เช่นนั้นมันจะเป็นประโยชน์ของมวลมนุษยชาติมากกว่าเจ็ดพันล้านคนทั่วโลกจริง ๆ?”
เมื่อสมิธได้ยินประโยคนี้ เขารู้สึกอึดอัดเป็นอย่างมาก
เขารู้ว่าเย่เฉินกำลังพูดเรื่องไร้สาระ เขากำลังเสียดสีและถากถางตนเอง แต่ตนเองกลับไม่สามารถหาข้อหักล้างได้
เพราะไม่ว่าเขาจะหาข้อหักล้างอย่างไร ดูเหมือนจะเป็นการตบหน้าตนเอง
เขาอดไม่ได้ที่จะอุทานในใจ “แม่งฉิบหาย คุณมันเลวจริง ๆ มีความสามารถในการเชิงธุรกิจจริง ๆ.....ขนาดผมเป็นคนที่มีคารมคมคายแล้ว แต่กลับถูกคุณพูดเสียดสีจนไร้คำพูด....... ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...