หลังจากใช้เวลาบิน 12 ชั่วโมง ในที่สุดสมิธก็กลับมาถึงวอชิงตันแล้ว
สิ่งที่น่าสนใจคือ เครื่องบินที่เขานั่งไม่ได้ลงจอดที่สนามบินวอชิงตัน แต่ได้รับการชี้นำจากผู้ควบคุมการจราจรทางอากาศ จนถึงสนามบินทหารในเขตชานเมืองของวอชิงตัน
เหตุผลที่พวกเขาต้องการนำเครื่องบินลงจอดที่สนามบินทหาร นั่นเป็นเพราะยาเกิดใหม่เก้าเสวียน20 กล่องที่เขาถืออยู่นั้นไม่ได้เป็นเพียงสมบัติล้ำค่าในสายตาของอเมริกาเท่านั้น กระทั่งมันอาจจะเป็นอาวุธที่ยิ่งใหม่ของการแข่งขันระดับนานาชาติในศตวรรษที่สงบสุข
หลังจากเครื่องบินลงจอด มันก็ถูกชี้นำโดยรถนำทางภาคพื้นดินทันที เพื่อไปยังโรงเก็บเครื่องบินทิ้งระเบิดโดยเฉพาะ
ขณะนี้ โรงเก็บเครื่องบินแห่งนี้ถูกเคลียร์จนว่างเปล่า และมีคนรออยู่ที่นี่เกือบร้อยคน
ในบรรดาคนเหล่านี้ มีผู้นำกองทัพ ผู้นำระดับสูงของกรมอนามัย รวมถึงผู้เชี่ยวชาญจากห้องปฏิบัติการขนาดใหญ่และทีมทดลองจากบริษัทยาชั้นนำหลายแห่ง
นอกจากนั้นยังมีผู้ชายใสชุดสูทที่ท่าทางเคร่งขรึม และจากประสบการณ์ของสมิธแล้ว คนพวกนั้นน่าจะเป็นหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐ
สมิธไม่คิดว่าการกลับมาของตนเองคราวนี้ จะมีการต้อนรับเอิกเกริกขนาดนี้
ทันทีที่ประตูเครื่องบินเปิดออก และก่อนที่เขาจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง มีทหารหลายคนวิ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว และทหารพวกนั้นสั่งทันทีว่า “ทุกคนนำสัมภาระของตนเองและเข้าแถวลงจากเครื่องทันที พวกเรากำลังจะตรวจสอบเครื่องบินลำนี้อย่างละเอียด หากคุณซ่อนสิ่งของบนร่างกายหรือบนเครื่องบิน พวกเราจะดำเนินการอย่างเข้มงวด!”
สมิธกล่าวด้วยความอึดอัดว่า “พวกคุณคงจะไม่ได้กลัวว่าพวกเราลักลอบขนของเถื่อนกลับประเทศใช่ไหม?”
ทหารกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “คุณสมิธ คุณต้องแน่ใจว่ายาเกิดใหม่เก้าเสวียนทุกกล่องและทุกเม็ดที่อยู่บนร่างกายของคุณนั้นไม่ได้รับความเสียหาย”
สมิธเข้าใจแรงจูงใจของทหารเหล่านี้ทันที
ร็อดเจอร์สกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ตั้งแต่ผมได้ยินคุณบอกว่า บริษัทผลิตยาเก้าเสวียนยังไม่สามารถค้นหากระบวนการผลิตยาเกิดใหม่เก้าเสวียนได้เป็นจำนวนมาก ทำเนียบขาวก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก!”
ร็อดเจอร์สกล่าวอีกว่า “คุณลองคิดดู หากพวกเขาไม่สามารถฝ่าขีดจำกัดนี้ได้ แล้วยาของพวกเขาก็ไม่สามารถสร้างสมดุลในระดับนานาชาติได้อย่างแท้จริง หากพวกเราสามารถฝ่าขีดจำกัดนี้ได้ งั้นยาที่อยู่ในมือของพวกเราก็จะมีบทบาทอย่างมาก!”
สมิธพยักหน้าและกล่าวว่า “ผมได้นำยากลับมาแล้ว พวกคุณสามารถนำไปทำการวิจัยได้ตามความต้องการ แต่ผมต้องการเก็บยาไว้สิบกล่องเพื่อรักษาลูกชายของผม!”
“สิบกล่อง?” ร็อดเจอร์สขมวดคิ้วและกล่าวโพล่งออกมาว่า “สมิธ คุณต้องรู้ว่าเงินนี้เป็นเงินของกรมอนามัย และสิบกล่องนั้นเป็นเงินจำนวนห้าสิบล้านดอลลาร์สหรัฐแล้ว! ถ้าคุณนำไปเช่นนี้ แล้วผมจะรายงานผู้บังคับบัญชาอย่างไร?”
สมิธเริ่มเครียดและถามว่า “แล้วคุณหมายความว่าอย่างไร ตอนนี้ลูกชายของผมยังรอยานี้ช่วยชีวิตอยู่!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...