บัลเดอร์เพื่อที่จะรักษาภาพลักษณ์ของตัวเองที่อยู่ในใจของลูกน้อง และตำแหน่งอยู่ในอ่าวเอเดน ได้เรียกลูกน้องของตัวเองมาประชุมในทันที และจัดประชุมระดมพล
เดิมที หลังจากที่ทหารต๊อกต๋อยทั้งหมดภายใต้คำสั่งของเขาได้ยินว่าลูกพี่ประกาศสงครามกับสำนักว่านหลง แต่ละคนดูค่อนข้างอยู่ไม่สุข
พวกเขาก็รู้ความสามารถของตัวเอง ถ้าต่อสู้กับสำนักว่านหลงจริงๆ คนอย่างพวกเขา ไม่มีโอกาสชนะแม้แต่น้อย
อีกฝ่ายหนึ่งเป็นทหารรับจ้างระดับสูงสุดที่มีประสบการณ์ในการต่อสู้มาอย่างยาวนาน ตัวเองกลับเป็นแค่โจรสลัดธรรมดาที่ขนาดทักษะปืนก็ไม่ได้ฝึกฝนให้ดีเพียงแค่ถือAK47เล็งเป้าหมายแล้วกระหน่ำยิงเท่านั้น ถ้าเป็นศัตรูกับสำนักว่านหลงเป็นจริงๆ เกรงว่าจะตายอย่างไรก็ไม่รู้
อย่างไรก็ตาม บัลเดอร์สามารถรักษาตำแหน่งผู้นำขององค์กรโจรสลัดได้อย่างมั่นคง มีความเก่ง เขาพูดอย่างยาวเหยียดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความฮึกเหิมแต่ตอนเย็นจนถึงฟ้ามืด กับสมาชิกโจรสลัดเหล่านี้ที่ไม่รู้จักตัวหนังสือสักตัว
เพื่อปลุกเร้าความโกรธภายในส่วนลึกหัวใจของพวกเขา เขาถึงขนาดเริ่มใช้อุปกรณ์ฉายภาพของตัวเอง เปิดวิดีโอท่อนนั้นที่สำนักว่านหลงอัปโหลดวนไปวนมาให้ลูกน้องทั้งหมด และในที่สุดก็สามารถจุดประกายความโกรธของลูกน้องทุกคนได้สำเร็จ
ดังนั้น เขาจึงยุยงในทันที: “ถ้าหากพวกเราไม่ขับไล่สำนักว่านหลงออกจากอ่าวเอเดน งั้นจากนี้ไปพี่น้องของพวกเรา และตัวของพวกเราเอง ก็จะประสบชะตากรรมเดียวกัน ถึงเวลานั้น อ่าวเอเดนของพวกเรา ไม่มีที่อยู่สำหรับพวกเราอีกต่อไป หรือว่าพวกแกยินยอมที่จะละทิ้งธุรกิจโจรสลัดที่ดีขนาดนี้ไป และพายเรือแคนูไปจับปลาในทะเลเหรอ!?”
กลุ่มลูกน้องตะโกนเสียงดังในทันทีว่าไม่ต้องการ
เพราะว่าพวกเขาคุ้นเคยกับอาชีพโจรสลัดที่ได้เงินเร็วแบบนี้แล้วก็ไม่มีความเสี่ยงอะไร ก็ย่อมไม่ยินยอมที่จะหาทางทำมาหากินด้วยวิธีอื่น
รองผู้นำรีบถามเขาว่า: “ลูกพี่ พี่วางแผนจะจัดการกับสินค้าของบริษัท นานาซูขนส่ง จำกัดยังไง?”
บัลเดอร์พูดด้วยใบหน้าที่โหดร้ายอย่างฉับพลันว่า: “หลังจากที่ปล้นเรือมาได้ ก็ฆ่าลูกเรือทั้งหมดบนเรือและทหารของสำนักว่านหลงแล้วโยนลงทะเล! ถึงเวลานั้นพวกเราก็จะถ่ายวิดีโอทั้งหมดแล้วโพสต์ลงอินเทอร์เน็ต ฉันจะทำให้ทั่วโลกรู้ว่าจุดจบของการหาเรื่องพวกเรา!”
จากนั้น บัลเดอร์ก็พูดอีกว่า: “สำหรับเรือที่ถูกจี้ปล้น ถึงเวลานั้นเสนอราคาหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐให้กับบริษัท นานาซูขนส่ง จำกัดให้พวกเขาไถ่ถอนกลับไป ถ้าหากพวกเขาไม่จ่ายเงิน ก็ขนสิ่งของมีค่าบนเรือลงมา ต่อจากนั้นทำให้เรือจม!”
ทันใดนั้น บัลเดอร์ก็พูดต่อไปว่า: “ถ้าบริษัท นานาซูขนส่ง จำกัดจ่ายเงินหนึ่งร้อยล้านดอลลาร์สหรัฐมาอย่างว่าง่าย ถึงเวลานั้นพวกพี่น้องคนล่ะสามหมื่น! ถ้าเรือลำไหนปล้นได้สำเร็จก่อน คนล่ะหนึ่งแสน!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...