พูดจบ เธอใช้นิ้วจิ้มลงไปบนภาพเย่เฉินเบาๆ พูดพึมพำว่า “สวัสดีอาจารย์เย่ ในที่สุดก็เจอกันอีกแล้ว!”
จากนั้น เธอรีบอ่านประวัติทางการของเย่เฉิน แต่เมื่อกวาดตาอ่านแบบลวกๆ เธอพูดอย่างตกใจ “เย่เฉิน ไม่มีประวัติที่เกี่ยวกับครอบครัวเหรอ! ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีปู่ย่าตายาย แม้แต่ญาติก็ไม่มีสักคน เขาเด้งออกมาจากซอกหินหรือไง”
เฉินอิ่งซานพยักหน้า อธิบายว่า “คุณหนู ประวัติของเย่เฉินค่อนข้างน่าสงสาร ข้อมูลทางการแสดงให้เห็นว่า เขาโดนทิ้งตั้งแต่เพิ่งเกิด จากนั้นถูกสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจินหลิงรับไปเลี้ยง ตอนนั้นจัดการเรื่องทะเบียนบ้านวุ่นวายมาก ดังนั้นเขาอยู่แบบไม่มีชื่อปรากฏตามทะเบียนบ้านในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนถึงแปดขวบ หลังจากแปดขวบ สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเห็นพ้องต้องกัน ทำทะเบียนบ้านรวมให้เด็กกำพร้ากลุ่มหนึ่ง เขาถึงมีทะเบียนบ้าน”
นี่เป็นจุดฉลาดหลักแหลมของถังซื่อไห่
อันที่จริงเย่เฉินเพิ่งเข้ามาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตอนแปดขวบ และทะเบียนบ้านของเขา ไม่ใช่คนเมืองจินหลิง
เพื่อความปลอดภัยอย่างสูงสุดของเย่เฉิน เขาต้องมอบตัวตนใหม่ให้เย่เฉินทั้งหมด การเป็นคนเมืองจินหลิง อีกทั้งยังต้องได้รับการตรวจสอบ รวมไปถึงในอนาคต ไม่มีทางโดนคนจับได้
ดังนั้น เขาจึงปลอมปูมหลังของเย่เฉินขึ้นมา ให้ข้อมูลที่แสดงอย่างเป็นทางการของเขา โดนพ่อแม่ทิ้งหลังจากเกิด หาพ่อแม่ที่แท้จริงไม่เจอ อยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจนถึงแปดขวบ จึงมาอยู่ในทะเบียนบ้านของตัวเอง
เมื่อเป็นเช่นนี้ โดยรวมถือว่าสมบูรณ์แบบแล้ว
เพราะเด็กที่โดนทอดทิ้ง หาพ่อแม่ไม่เจอเป็นจำนวนมาก สุดท้ายก็จะมีทะเบียนบ้านของตัวเอง ทำแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติ
เพราะการแต่งเข้าบ้านผู้หญิง เป็นสิ่งที่แสดงถึงการละทิ้งศักดิ์ศรีของผู้ชาย อีกทั้งยังละทิ้งครอบครัวเดิมที่ตัวเองเกิดมาด้วย
อีกทั้งเฟ่ยเข่อซินรู้จักตระกูลชาวจีนมาไม่น้อย เพราะไม่มีลูกชาย หรือไม่ก็อยากมีทายาทมากมาย จึงให้ลูกสาวหาลูกเขยแต่งเข้าบ้าน แม้ลูกเขยพวกนั้นอยู่ดีกินดี ได้รับการปรนเปรอ แต่ในสายตาของภรรยา รวมไปถึงคนฝั่งภรรยา แทบจะไม่มีศักดิ์ศรีอะไรเลย มักโดนใช้งาน ดูหมิ่นต่างๆ นานา
ถึงขนาดลูกที่คลอดออกมา ก็ต้องใช้แซ่ของบ้านฝ่ายหญิง
เพราะมีความทรงจำเช่นนี้ เฟ่ยเข่อซินจึงแปลกใจมาก เธอไม่เข้าใจจริงๆ ถ้าเย่เฉินเก่งมาก ทำไมถึงต้องแต่งเข้าตระกูลเล็กๆ ที่ไม่อยู่ในสายตา เพื่อเป็นลูกเขยที่แต่งเข้าบ้านฝ่ายหญิง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...