“ฉันแน่ใจ!” เฟ่ยเข่อซินพูดอย่างแน่วแน่ “ถ้าไม่ใช่เขา งั้นพิสูจน์ได้ว่าเรื่องนี้ ฉันผิดพลาดตั้งแต่ต้นจนจบ แต่ถ้าในเรื่องนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ ฉันมีส่วนที่ถูกบ้าง ก็ต้องใช่เขาแน่นอน!”
พูดถึงตรงนี้ เฟ่ยเข่อซินรีบหยิบข้อมูลของเซียวฉางควนขึ้นมา พูดว่า “ตอนนี้เซียวฉางควนเป็นรองประธานสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดเมืองจินหลิง สืบภาพรวมของสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดเมืองจินหลิงให้ฉัน ฉันอยากลองดูว่าจะหาจุดสำคัญอะไร จากตัวเซียวฉางควนได้บ้าง!”
สองสามวันมานี้เซียวฉางควนมักจะออกจากบ้านตั้งแต่เช้า และกลับมาดึกดื่น
สมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาดเมืองจินหลิง ถึงในนามจะเป็นองค์กรภาคประชาสังคมโดยเฉพาะ แต่ในความเป็นจริง ก็มีส่วนที่เป็นของทางการครึ่งหนึ่ง
พูดโดยรวม มันเป็นองค์กรของทางการครึ่งหนึ่ง และเป็นของประชาชนครึ่งหนึ่ง
ถ้าไม่มีบริการสาธารณะอะไร มันก็เป็นที่รวมตัวเล็กๆ ของผู้ที่มีความสนใจในงานอดิเรก
แต่ถ้ามีกิจกรรมของทางการ มันก็จะเป็นตัวแทนของการเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ
งานแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างเมืองจินหลิง กับเมืองพี่เมืองน้องเกาหลีใต้ครั้งนี้ สมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด จึงกลายเป็นตัวแทนที่เป็นมิตรภาพของทางการ และเป็นทูตแลกเปลี่ยนด้วย
ดังนั้นเพื่อให้กิจกรรมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบผลสำเร็จอย่างราบรื่น สองสามวันนี้เซียงฉางควน จึงติดตามประธานเพ๋ย ประธานสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด ไปร่วมงานสัมมนาต่างๆ ในเมือง
ถึงแม้จะยุ่งมาก แต่ช่วงนี้เซียวฉางควนกระฉับกระเฉงมาก
เขาเคยชินกับความธรรมดาทั้งชีวิต ห้าสิบปี ไม่เคยทำเรื่องที่มีหน้ามีตา ตอนนี้เป็นผู้ช่วยของสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด ร่วมประชุมทางการต่างๆ นานาทุกวัน เจอกับผู้มีความสามารถและผู้นำด้านต่างๆ ทำให้เขาคิดไปเองว่าตัวเองก็มีความสามารถเหมือนกัน
ตอนแรกที่เขาเข้ามาเป็นสมาชิกทั่วไป ในสมาคมการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด มีการพูดโม้เยอะมาก ตอนนี้สามารถปีนถึงระดับรองประธานได้ ตำแหน่งรองผู้ช่วยนี้ ล้วนอาศัยการสนับสนุนจากประธานเพ๋ยทั้งนั้น
ตั้งแต่ประธานเพ๋ยเห็นหงห้านอบน้อมและถ่อมตนกับเซียวฉางควน ที่เทียนเซียงฝู่ครั้งนั้น เขาจึงให้ความสำคัญกับเซียวฉางควนมากมาก
ตอนนี้การประชุมใหญ่ๆ เขาจะเป็นฝ่ายพาเซียวฉางควนออกมาเปิดหูเปิดตา
แต่เซียวฉางควนไม่ได้มีความสามารถแท้จริง ถ้าให้เขาออกความคิดเห็นอะไร เกี่ยวกับด้านการเขียนพู่กันจีนและภาพวาด ผู้เชี่ยวชาญฟังดูก็รู้ว่าเขาเป็นคนที่ทำอะไรไม่ได้เรื่อง
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เขาทำขายหน้า เป็นตัวตลกในแวดวง ดังนั้นประธานเพ๋ยจึงพาเขาออกมาร่วมกิจกรรม กำชับเขาว่าพูดให้น้อย ฟังให้เยอะ จะได้ไม่พูดผิดพลาดเยอะ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...