เฉินอิ่งซานพูดว่า “รถคันที่เย่เฉินขับ ความยาวรถ ฐานล้อ ความกว้างของยาง รวมไปถึงองค์ประกอบไฟหน้า ล้วนเป็นของระดับสูงในBMW เมื่อกี้ฉันลองเปรียบเทียบดู รถคันนี้คือ BMW 760Li xDrive เป็นรุ่นเมื่อปีที่แล้ว แต่ที่ติดอยู่ด้านหลัง กลับเป็นBMW 520”
เฟ่ยเข่อซินอึ้งเล็กน้อย จากนั้นจึงพูดว่า “ดูเหมือนเขาจะไม่ใช่แค่ติดดินธรรมดาๆ แล้วล่ะ ขับBMW ยังต้องปิดบัง”
พูดพลาง เหมือนเธอนึกอะไรออก พูดกับเฉินอิ่งซานว่า “ซานซาน ใช้มือถือเธอเชื่อมต่อกับกล้องติดรถยนต์ หาดูหน่อยว่าถ่ายภาพรูปพรรณสัณฐานของเย่เฉินได้หรือเปล่า”
เฉินอิ่งซานหัวเราะคิกคัก ยื่นมือถือให้เฟ่ยเข่อซิน แล้วพูดว่า “คุณหนู ตอนคุณเข้าไปกับเย่เฉิน ฉันเอารูปออกมาจากกล้องติดรถยนต์แล้วค่ะ อีกทั้งฉันยังเลือกรูปที่ค่อนข้างชัด คุณลองดูค่ะ”
เฟ่ยเข่อซินเอ่ยชมว่า “ใช้ได้เลยนะซานซาน นับวันยิ่งเข้าท่า”
เฉินอิ่งซานพูดว่า “คุณหนู อยู่ข้างๆ คุณ มีความก้าวหน้าเร็วมากค่ะ”
เฟ่ยเข่อซินยิ้มบางๆ รับมือถือมาปัดดูรูปอย่างจริงจัง
เพราะเมื่อกี้เย่เฉินมาถึงที่นี่ก่อน อีกทั้งเย่เฉินยังรออยู่นอกรถ ดังนั้นตอนที่รถคาดิลแลค เข้าใกล้เย่เฉิน จึงถ่ายรูปภาพได้อย่างชัดเจน ภาพที่เฉินอิ่งซานดาวน์โหลดออกมา จึงชัดมาก
เฟ่ยเข่อซินพูดอย่างพอใจว่า “ฉันต้องไปเจอพอล.สมิธขององค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา ให้เขาดูรูปภาพพวกนี้ ดูว่าตอนเขาเจรจากับบริษัทผลิตยาเก้าเสวียน ผู้จัดการเย่คนนั้นคือเย่เฉินหรือเปล่า”
พูดพลาง เธอพูดกับเฉินอิ่งซานว่า “ซานซาน ช่วยฉันติดต่อพอล.สมิธหน่อย นัดเขาออกมาเจอฉัน บอกเขาว่าฉันมีเรื่องอยากถามเขาต่อหน้า”
“ค่ะ!”
…...
ในเวลาเดียวกัน
ระหว่างเย่เฉินขับรถกลับไป เขาเอาแต่รู้สึกว่ามีอะไรผิดปกติ
อีกทั้งนักบู๊หกดาวของสำนักว่านหลง ล้วนเป็นแม่ทัพนำทัพต่อสู้ ไม่สามารถรับเงินค่าจ้างได้โดยลำพัง ดังนั้นไม่มีทางไปเป็นบอดี้การ์ดให้คนอื่นได้
ถ้าตระกูลหนึ่ง เลี้ยงนักบู๊หกดาว 3-5 คน งั้นค่าใช้จ่ายต่อปี ต้องเกินพันล้านดอลลาร์
นี่เป็นจำนวนเงินที่มีตัวเลขน่าตกตะลึง ตระกูลที่มีฐานะทางสังคมเป็นแสนล้านในประเทศ กำไรต่อปียังไม่ถึงพันล้านดอลลาร์เลย
อย่างเช่น ซ่งซื่อกรุ๊ป ถึงแม้มีมูลค่าทางตลาดเป็นแสนล้าน แต่กำไรต่อปี แค่ 3-5 พันล้านหยวนเท่านั้น นี่เป็นตอนที่สภาวะการตลาดดีด้วยนะ
ถ้าซ่งหวั่นถิงไปจ้างนักบู๊หกดาวมาหนึ่งคน งั้นค่าใช้จ่ายของคนๆ นี้ พอๆ กับกำไรครึ่งหนึ่งของซ่งซื่อกรุ๊ปเชียวนะ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เขารีบโทรหาว่านพั่วจวิน
เมื่อมีคนรับสาย เย่เฉินสั่งทันทีว่า “พั่วจวิน นายสืบให้ฉันหน่อยว่าประเทศฝรั่งเศส มีตระกูลชาวจีนโพ้นทะเลแซ่จานหรือเปล่า ถือโอกาสสืบหาว่าอำนาจของตระกูลนี้เป็นยังไงด้วย”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...