ในเวลาเดียวกัน เฟ่ยเข่อซินที่อยู่ในโรงแรม เปิดน้ำร้อนในอ่างไว้ให้ตัวเองอาบ หลังจากที่เธอล้างเครื่องสำอาง แช่ตัวในน้ำร้อน บังคับตัวเองให้ผ่อนคลายทั้งกายและใจ จากนั้นก็คิดทบทวนในใจอีกครั้งถึงเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในคืนนี้
เรื่องคืนนี้ นอกจากทำให้เธอช็อกและกลัว ยังแอบทำให้เธอรู้สึกแปลกๆเล็กน้อย
เธอไม่เข้าใจเลยว่า สรุปแล้วเป็นใครกัน ที่ล็อกเป้ามาที่ลั่วเจียเฉิงอย่างแน่วแน่ขนาดนี้
อีกอย่าง อีกฝ่ายลงมือเด็ดขาดเรียบร้อยเช่นนี้ ไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย
ในใจเธอยังสงสัยเย่เฉิน
แต่ความคิดของเธอ คำพูดก่อนหน้านี้ของลั่วเจียเฉิงมักจะวนเวียนเข้ามาอยู่เสมอ
เธอมักจะรู้สึกว่า แม้ว่าเย่เฉินจะลึกลับมาก แต่ไม่น่าจะแข็งแกร่งได้ถึงขั้นนี้
เธอจำสิ่งที่คุณปู่พูดทางโทรศัพท์ได้ อาจารย์หยวนคาดการณ์ว่า คู่ปรับที่ลั่วเจียเฉิงปะทะ น่าจะเป็นยอดฝีมือแดนมืด
ยอดฝีมือของแดนสว่างชั้นสูงสุดต่างก็ไม่เคยได้ยินมาก่อน ยอดฝีมือแดนมืดที่สูงกว่าแดนสว่าง โดยพื้นฐานแล้วมีน้อยมากในโลกนี้ซึ่งหาได้ยาก
สิ่งนี้ทำให้เฟ่ยเข่อซินอดไม่ได้ที่จะมองจินหลิงในมุมมองใหม่ เธอใช้มือดีดน้ำในอ่างโดยที่ไม่รู้ตัวไปด้วย บ่นพึมพำกับตัวเองไปด้วย: “ฉันคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเมืองหนึ่งที่ทำได้เพียงอยู่ในอันดับที่ 10 ของหัวเซี่ย จู่ๆจะมียอดฝีมือแดนมืดหนึ่งท่านซ่อนตัวอยู่……อีกอย่างเมืองนี้นอกจากยอดฝีมือแดนมืดแล้ว ยังมีอาจารย์เย่ที่สามารถนำยาอายุวัฒนะออกมาได้……จินหลิงเล็กๆนี้ ยังมีเสือซุ่มอยู่จริงๆ……”
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้……งั้นเย่เฉินควบคุมพลังงานที่มีค่าสูงกว่า ทำไมตัวเองกลับไม่มีพละกำลังใดๆเลย? นี่……มันไม่แปลกไปหน่อยหรือ?”
เฟ่ยเข่อซินจำได้ ลั่วเจียเฉิงเคยบอกเธอ นักศิลปะการต่อสู้ เป็นแดนที่ยิ่งสูงก็ยิ่งแกร่ง คนที่มีการบำเพ็ญตนสูง สามารถเห็นได้อย่างรวดเร็วว่าคนที่มีการบำเพ็ญตนที่ต่ำกว่า อยู่ในระดับใด ดังนั้นเขาดูออกว่า เย่เฉินไม่มีการบำเพ็ญตนแต่อย่างใด ถึงขั้นที่พูดได้ว่าเขาไม่ใช่นักศิลปะการต่อสู้เลย
ในตอนแรก เฟ่ยเข่อซินไม่ได้สงสัยวิธีการพูดนี้ ท้ายที่สุดแต่ละคนมีด้านที่เก่งไม่เหมือนกัน ในเมื่อเย่เฉินคืออาจารย์ฮวงจุ้ย งั้นก็คงยากที่จะบรรลุในการเดินทางด้านศิลปะการต่อสู้
แต่ว่า ตอนนี้กลับไปวิเคราะห์เรื่องนี้ ก็รู้สึกว่ามีข้อผิดพลาดในตรรกะ และเป็นช่องโหว่ของตรรกะ ช่องโหว่นี้คือ ในเมื่อเย่เฉินครอบครองยาอายุวัฒนะซึ่งเป็นยาอายุวัฒนะที่มีประสิทธิภาพ แล้วจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาไม่มีการบำเพ็ญตนเลยแม้แต่น้อย?
นี่ก็คล้ายว่า คนหนึ่งคนมีทรัพยากรมีค่า ไม่มีเงินในบัญชีธนาคารก็แปลกมาก!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...