เฟ่ยเข่อซินกำลังรอข่าวอยู่ในห้องของเธอ เมื่อสายเข้า ก็รีบรับสาย แสร้งทำเป็นไม่สนใจและถามว่า: “ซานซาน มีอะไรหรือเปล่า?”
เฉินอิ่งซานรีบพูด: “คุณหนู ฉันอยู่ที่บริษัทประธานเซียว เธอบอกว่าอยากรีบเจอท่านซึ่งๆหน้า คุยเรื่องความต้องการในการออกแบบของท่าน แบบนี้ถึงจะสามารถ ออกแบบภาพร่างให้ท่านได้ ท่านว่าท่านสะดวกเวลาไหนคะ?”
ซ่งเข่อซินพูดลวกๆออกว่า: “ตอนเช้าฉันไม่มีธุระพอดี ถ้างั้นคุณก็พาประธานเซียวมานี่เถอะ”
เฉินอิ่งซานกล่าวว่า: “ได้ค่ะ ท่านรอสักครู่ ฉันถามประธานเซียว”
พูดแล้ว เฉินอิ่นซานหันหน้าไปยังเซียวชูหรัน และถามว่า: “ประธานเซียว คุณหนูของเราบอกว่าตอนนี้มีเวลาว่าง เธอพักอยู่ที่โรงแรมป๋ายจินฮ่านกง อยู่ไม่ห่างจากที่นี่ ถ้าท่านไม่มีธุระอะไร เราไปกันตอนนี้เลยก็ได้ค่ะ”
เซียวชูหรันพูดโดยไม่ต้องคิด: “ฉันไม่มีปัญหา พวกเราก็ไปกันเลย”
“โอเค!” เฉินอิ่งซานยิ้มและพูด: “ฉันขับรถมาพอดี ไม่งั้นประธานเซียวนั่งรถของฉันไหม?”
“ได้!” เซียวชูหรันตอบตกลงอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็ลุกขึ้นและหยิบสมุดจดหนึ่งเล่มจากโต๊ะ ใส่แท็บเล็ตของตัวเองลงไปในกระเป๋า จากนั้นก็ตามเฉินอิ่งซานออกไปจากบริษัท
เพราะก่อนที่จะรับออเดอร์นี้ เซียวชูหรันได้ถามความคิดเห็นของเย่เฉินแล้ว ดังนั้นหลังจากที่เธอรับออเดอร์นี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรายงานทุกอย่างต่อเย่เฉิน
โดยเฉพาะเรื่องที่ไปพบผู้จ้าง ในเรื่องของการตกแต่งก็เป็นเรื่องธรรมดาทั่วไป บางครั้งต้องติดต่อพูดคุยกับผู้จ้างจนถึงค่ำ ล้วนแล้วสมเหตุสมผล ดังนั้นเซียวชูหรันก็ไม่ได้คิดมาก
เฉินอิ่งซานขับรถพาเซียวชูหรันมุ่งหน้าไปยังโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง ระหว่างทาง ก็หาเรื่องต่างๆพูดคุยกับเซียวชูหรัน ขณะเดียวกัน ก็จับตาดูเธอตลอด สังเกตว่าเธอกำลังใช้โทรศัพท์สื่อสารกับคนอื่นหรือไม่ หรือว่าส่งข้อความออกไป
แต่เซียวชูหรันก็ไม่ใช่คนที่ถือโทรศัพท์ทุกวันอยู่แล้ว อีกอย่างคุยกับเฉินอิ่งซานตลอดทาง ดังนั้นโทรศัพท์อยู่ในกระเป๋า ก็ไม่ได้เอาออกมาเลยตั้งแต่ต้นจนจบ
ทำให้ฉินอิ่งซานรู้สึกวางใจไม่น้อย
อีกอย่าง เฟ่ยเข่อซินพบว่า เซียวชูหร่านรู้สึกประหม่าต่อหน้าตัวเอง
เซียวชูหร่านในขณะนี้ รู้สึกประหม่าเล็กน้อย
ตั้งแต่วินาทีที่เธอรู้ว่ารับงานวิลล่าของซ่งเข่อซินที่จัดเตรียมเงินสำหรับตกแต่ง 50 ล้าน เธอก็รู้สึกว่า ด้วยความสามารถของตัวเอง ระดับชื่อเสียง ซึ่งไม่น่าจะสอดคล้องกับโครงการตกแต่งที่ใหญ่เช่นนี้เลย
แม้ว่าสุดท้ายเธอรับโครงการนี้มา แต่ลึกๆในใจ กลับมักจะรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรเกินตัวแล้ว
เห็นสปอนเซอร์ตรงหน้า ในใจก็ย่อมมีความประหม่าที่ยากจะควบคุมได้ไปโดยปริยาย
เฟ่ยเข่อซินเห็นท่าทางเล็กน้อยที่เธอแสดงออกมาโดยไม่ตั้งใจทั้งหมด เธอกลับเอื้อมมือออกไปอย่างใจกว้างแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า: "ประธานเซียวสวัสดีค่ะ ฉันชื่นชมชื่อของคุณมานานแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...