“ออกจากจินหลิงงั้นเหรอ?!”
เมื่อเซียวชูหรันได้ยินคำถามของเฟ่ยเข่อซิน และก็ถามด้วยท่าทางงงงวยว่า “ทำไมฉันต้องออกจากเมืองจินหลิงด้วย?”
เฟ่ยเข่อซินยิ้มและพูดว่า “เพราะเคลลี่กับฉันอยากจะเชิญคุณไปเที่ยวต่างประเทศสักพัก”
“ไปต่างประเทศ? แล้วยังไปเดือนหนึ่งด้วยงั้นเหรอ?” เมื่อเซียวชูหรันได้ยินเรื่องนี้ เธอก็รีบโบกมืออย่างรวดเร็ว และพูดอย่างเขินอายว่า “ฉันจะมีเวลาว่างได้มากขนาดนี้ได้อย่างไร บริษัทก็ต้องดูแล และทางครอบครัวก็ต้องดูแล ถ้าเป็นเวลาสี่ห้าวัน ก็ยังกัดฟันบีบออกมาได้ เวลาหนึ่งเดือนก็นานเกินไป มันไม่สามารถทำได้เลย……..”
เฟ่ยเข่อซินพูดด้วยใบหน้าจริงจังว่า “พี่ชูหรัน คุณไม่เคยได้ยินคนพูดบ่อยเหรอ? เวลาก็เหมือนอันนั้นของผู้หญิง บีบๆ มันหน่อยก็พอจะมี…….”
เซียวชูหรันรู้สึกละอายใจเล็กน้อย แตะที่หน้าผากของเธอ และพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า “หนึ่งเดือนมันยาวนานไปจริงๆ อย่าว่าแต่ฉันไม่สามารถหาเวลาได้ แม้ว่าฉันจะทำได้ฉันก็ไม่อยากออกจากบ้านนานขนาดนั้นหรอก”
เฟ่ยเข่อซินรีบพูดติดตลกว่า “พี่ชูหรัน ฉันว่านะเป็นเพราะคุณแยกห่างกับสามีไม่ได้ใช่ไหม?”
เซียวชูหรันหน้าแดง และพูดอย่างเขินอายว่า “ถ้าจะบอกไม่ใช่มันก็คงไม่จริงใจแล้ว หลักๆ เป็นเพราะฉันไม่เคยได้แยกจากเขานานมากขนาดนั้นมาก่อน ที่ผ่านมาก็มีเพียงแค่ในช่วงเวลาที่เขาไปดูฮวงจุ้ยที่อื่นให้กับคนอื่น เราถึงจะห่างกันสักสองสามวัน แต่ก็แค่ไม่กี่วันเท่านั้น เต็มที่ก็ไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ตังนั้นคุณจะให้ฉันทิ้งเขาไปหนึ่งเดือน ฉันไม่กล้าคิดเลยจริงๆ …….”
เฟ่ยเข่อซินยิ้มและพูดว่า “เป็นอย่างนี้นี่เอง……… ฉันเข้าใจแล้ว…….”
เซียวชูหรันพยักหน้า และพูดว่า “ฉันขอโทษนะเสี่ยวเฟย ถ้ามีโอกาสในอนาคตฉันค่อยไปเที่ยวกับพวกคุณทีหลัง”
เคลลี่ เวสท์หยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมา และบนหน้าจอของโทรศัพท์มือถือแสดงหน้าเว็บ เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด
เธอชี้ไปที่คอลัมน์ข้อมูลในหน้าออนไลน์นี้ และกล่าวว่า “ชูหรัน นี่เป็นเพลตฟอร์อมสำหรับการส่งข้อมูลโควตาที่ได้รับการอนุมัติพิเศษสำหรับ Master class ของโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ ฉันมีโควตาที่ได้รับอนุมัติพิเศษเพียงที่เดียว ตราบใดที่คุณกำหนดเรื่องเวลาไม่มีปัญหา จากนั้นฉันก็จะป้อนชื่อและข้อมูลอื่นๆ ของคุณ และส่งไปที่โรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ และตราบใดที่ฉันส่งข้อมูลไป คุณก็จะกลายเป็นนักเรียนอย่างเป็นทางการของ Master class ในปีนี้แล้ว!”
“อ๊ะ?!” เซียวชูหรันตกตะลึงไปทั้งคน และถามโดยจิตสำนึก “นี่……. มันจริงเหรอ? เคลลี่ คุณ…… คุณจะแนะนำให้ฉันเข้าเรียน Master class ในปีนี้จริงๆ เหรอ?”
“ใช่แล้ว” เคลลี่ เวสท์พูดด้วยรอยยิ้มว่า “เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน และฉันก็เห็นว่าคุณรักอาชีพดีไซเนอร์มาก ก่อนหน้านี้คุณเคยพูดไปแล้วว่า คุณใฝ่ฝันกับ Master class ของโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ และในเมื่อฉันมีสิทธิพิเศษนี้ แน่นอนว่าฉันก็หวังว่าจะช่วยให้คุณตระหนักถึงความปรารถนานี้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...