เซียวชูหรันส่ายหน้าอย่างระอา พูดยิ้มๆว่า “ถึงจะฟังดูแปลกไปหน่อย แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน ปกติแม่ไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ อีกอย่างเธอก็เจ็บขาติดต่อกันหลายเดือน จนครึ่งปีที่่ผ่านมาไม่ได้ออกไปไหน ถ้าได้ออกไปเที่ยวเล่นกับเฉียนหงเย่น ก็คงผ่อนคลายได้บ้าง”
เซียวฉางควานทอดถอนหายใจออกมา “ไอ้หยา ถึงจะพูดมาอย่างนี้ แต่ฉันเอาแต่รู้สึกว่าตั้งแต่ที่พวกเธอสองคนกลายมาเป็นเพื่อนกัน ย่าของแกคงเสียเปรียบแน่ๆ แกว่าหญิงแก่อายุแปดสิบเก้าสิบอย่างย่าของแก ไร้ทั้งเงินทั้งอำนาจ จะเอาอะไรไปรับมือกับสองคนนั้น……”
เซียวชูหรันแบมือ ถอนหายใจแล้วพูดว่า “นี่ไม่ใช่เรื่องที่เราต้องมากังวลนะ คุณย่าน่ะ เมื่อก่อนก็เคยพูดแรงเกินไปจริงๆนี่นา ถ้าเธอไม่พอใจ พวกเราก็ช่วยอะไรเธอไม่ได้หรอก……”
เซียวฉางควานพยักหน้า “ก็ใช่……”
พูดจบ เขาก็เป็นฝ่ายหยิบกาน้ำชา มารินให้เย่เฉินต่อ พร้อมเอ่ยพูดอย่างใจกว้าง “ลูกเขย แกเล่าเรื่องเกี่ยวกับฮวงจุ้ยเสี่ยงทายกับอี้จิงปากั้วให้ฉันฟังอีกหน่อย ทางที่ดีเอาเป็นพวกที่ไม่ต้องศึกษานานนะ แต่ต้องเรียนได้จริงและใช้ได้จริง”
เซียวชูหรันเอ่ยถามอย่างสงสัย “พ่อ ทำไมอยากศึกษาฮวงจุ้ยซะแล้วล่ะ?”
เซียวฉางควานพูดยิ้มๆ “ฮิๆๆ อีกหน่อยก็ต้องไปแลกเปลี่ยนที่เกาหลีแล้วนี่นา วัฒนธรรมส่วนใหญ่ของที่นั่นก็ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเราทั้งนั้น ธงชาติของประเทศพวกเขาก็ดัดแปลงมาจากอี้จิงปากั้วของพวกเราไม่ใช่เหรอ? เพราะงั้นครั้งนี้แหละฉันจะเป็นตัวแทนของจินหลิง ไปถึงเกาหลีทั้งทีจะให้ขายหน้าไม่ได้ ดังนั้นฉันเลยอยากเรียนรู้ด้านนี้กับเย่เฉินสักหน่อย พอไปถึงเกาหลี และพบปะตัวแทนฝั่งนั้น ฉันจะได้ไปชี้นั้นชี้นี้แล้วคุยกับพวกเขาได้อย่างฉะฉาน เอาให้พวกเขาอึ้ง ให้พวกเขาเห็นหน้าฉันแล้วพูดว่า “คุณเซียวสุดยอดไปเลยซึมนีด๊า!”
จากนั้นก็ส่งโทรศัพท์มาตรงหน้าของเย่เฉิน เอ่ยพูดอย่างจริงจังว่า “ลูกเขย แกดูนี่ อันนี้เป็นเนื้อหาเกี่ยวกับกิจกรรมที่ทางเกาหลีจัดขึ้น ในนี้ยังมีรูปภาพและแบบแปลนอย่างละเอียดอยู่ด้วยนะ แกดูให้หน่อยว่าสามารถชี้จุดที่มีปัญหาตามหลักฮวงจุ้ยได้หรือเปล่า”
พูดจบ ก็หยิบกระดาษA4ที่พับไว้สามตลบออกมาจากกระเป๋าเสื้อมากางออก ในนั้นเป็นรูปผู้ชายหัวล้านอายุประมาณห้าสิบและข้อมูลเกี่ยวกับตัวเขาพอคร่าวๆ
เซียวฉางควานยื่นกระดาษA4ให้เย่เฉิน เอ่ยพูดว่า “นี่ลูกเขย หมอนี้คือคนรับผิดชอบจัดกิจกรรมในครั้งนี้ แกลองดูหน้าตา แล้วก็คำนวนวันเดือนปีเกิดของเขาดูหน่อยว่า โหงเฮ้งของหมอนี้มีอัปมงคลอะไรหรือเปล่า ถ้ามีควรแก้ยังไง พอถึงตอนนั้นฉันจะได้โชว์ฝีมือให้เขาดู!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...