เมื่อเย่เฉินฟังที่เซียวฉางควานพูดจบ ก็ไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ดี
เขาทำได้เพียงอธิบายกับเซียวฉางควานอย่างใจเย็นว่า “พ่อ ดูโหงวเฮ้งจากรูปมันยากมากเลยนะ เพราะมันไม่ใช่แค่ดูอวัยวะทั้งห้ากับหน้าตาอย่างเดียว แต่ต้องดูทุกมิติบนใบหน้า ถึงจะสามารถดูได้ว่าโหงวเฮ้งของคนคนหนึ่งบ่งบอกถึงอะไร”
เซียวฉางควานเอ่ยถามอย่างข้องใจ “การดูโหงวเฮ้ง แค่ดูหน้าตาของฝ่ายตรงข้าม มันก็สามารถรู้ถึงชะตาได้อย่างคร่าวๆแล้วไม่ใช่เหรอ? แกลองดูรูปภาพนี้ให้ดีๆ นี่เป็นรูปหน้าตรงที่ทางการลงประกาศไว้เลยนะ”
เย่เฉินเอ่ยพูดอย่างจนใจ “พ่อ เราจะยังไม่พูดถึงเรื่องอื่น พ่อเองก็เคยได้ยินคำพูดที่ว่าใครมีจุดยิ้นถางสีดำ เท่ากับคนนั้นเป็นตัวกาลกิณี แต่พ่อลองดูรูปภาพพวกนี้ แสงส่องหน้าขาวจนไม่รู้จะขาวยังไง ต่อให้มีจุดยิ้นถางสีดำก็แทบจะมองไม่เห็น ดังนั้นถ้าจะดูโหงวเฮ้งจากรูปยังไงก็ไม่น่าเชื่อถือหรอก”
เซียวฉางควานเอ่ยพูดอย่างฟึดฟัด “ฉันได้ยินมาว่าหมอนี้เก่งมาก ก็เลยอยากโชว์ฝีมือให้หมอนี้ดูสักหน่อย พอเห็นอย่างนี้แล้วหมดสนุกเลย”
พูดจบ เขาก็รีบพูดต่อ “ลูกเขย งั้นแกดูให้หน่อยว่าแบบแปลนของศูนย์จัดงานมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ถ้าดูโหงวเฮ้งไม่ได้ อย่างน้อยก็น่าจะดูฮวงจุ้ยของศูนย์จัดงานได้ใช่ไหม?”
เย่เฉินหมดคำจะพูด จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ได้ ผมขอไปศึกษาก่อน”
ในตอนนี้เองเซียวชูหรันก็เอ่ยถามว่า “พ่อ แม่ได้บอกไหมว่าจะกลับมาตอนไหน แล้วข้าวเย็นเราจะทานอะไร?”
เซียวฉางควานพูดขึ้น “แม่แกไม่ได้บอกว่าจะกลับมาตอนไหน ถ้างั้นเราสั่งเดลิเวอรี่มากินกันไหมล่ะ?”
ขณะที่พูด เขาก็บ่นว่า “ยัยมนุษย์ป้าหม่าหลันนี่ก็จริงๆเลย ออกไปข้างนอกไม่เท่าไหร่ แต่นี่ถึงขนาดไม่กลับบ้านกลับช่องมาทำข้าวปลาอาหาร มันจะมากเกินไปแล้ว……”
หม่าหลันรู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนรู้ใจ จึงเอ่ยปากพูดว่า “ไอ้หยาพี่สะใภ้ วันนี้อุตส่าห์ทวงความยุติธรรมให้ฉัน งั้นวันนี้ฉันขอพูดอะไรจากใจกับพี่หน่อย ผู้ชายนามสกุลเซียวแต่ละคนเอาใจยากสุดๆ!ยิ่งเซียวฉางควานยิ่งแล้วใหญ่ ส่วนเซียวฉางเฉียนก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันเท่าไหร่! สมกับที่มาจากรังเดียวกันจริงๆ!”
เฉียนหงเย่นพยักหน้าหงึกหงัก เอ่ยพูดอย่างตื่นเต้น “หม่าหลัน ที่เธอพูดมาถูกต้องที่สุด!เธอว่าเราสองคนทำกรรมอะไรกันไว้ ถึงได้มาเจอสองพี่น้องคู่นี้! คงดวงซวยไปอีกแปดชาติ!”
เซียวฉางควานถูกแขวะจนหน้าดำหน้าแดง แต่ชั่วขณะนั้นก็ไม่รู้ว่าควรสวนกลับไปยังไงดี เพราะที่เฉียนหงเย่นพูดมาก็ถูกทั้งหมด เย่เฉินเป็นคนให้เงิน เขาไม่มีสิทธิ์ไปต่อว่าใครทั้งนั้น
พูดก็พูดเถอะ เซียวฉางควานอยู่มาทั้งชีวิต เขารู้จักประเมินสถานการณ์มาตลอด เวลาทำอะไรไม่ได้ ก็จะแสร้งทำตัวอ่อนแอ นี่เป็นอุบายที่เขาใช้บ่อยจนชิน

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...