เมื่อเย่เฉินเห็นเซียวชูหรันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ก็เอ่ยพูดขึ้นมาว่า “ที่รัก มีเรื่องอะไรพูดมาได้เลย”
เซียวชูหรันมองคนในครอบครัวทั้งสามคน แล้วเอ่ยขึ้นมาว่า “ฉันมีโอกาสไปเข้าร่วมMaster Classที่โรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ในอเมริกา ซึ่งต้องใช้เวลาอยู่ที่นั่นประมาณหนึ่งเดือน……”
“อะไรคือMaster Class?” หม่าหลันเอ่ยถามอย่างแปลกใจ “ไปทำอะไรเหรอ?”
เซียวชูหรันกำลังจะอธิบาย เย่เฉินที่อยู่ข้างๆก็พูดกับหม่าหลันว่า “แม่ Master Classของโรงเรียนดีไซน์โรดไอแลนด์ เป็นที่เดียวกันกับที่ชูหรันอยากเข้ามากที่สุด และเป็นโรงเรียนออกแบบที่ดีที่สุดในโลก”
เซียวชูหรันคิดไม่ถึง ว่าเย่เฉินจะจดจำความใฝ่ฝันของเธอได้อย่างแม่นยำขนาดนี้ จึงอดไม่ได้ที่จะซาบซึ่งในใจขึ้นมาไม่ได้
ในตอนนี้เอง เย่เฉินก็ถามเธอว่า “ชูหรัน ผมจำได้ว่าก่อนหน้านี้คุณเคยบอกว่า เกณฑ์ในการคัดเลือกผู้เข้าสมัครMaster Classสูงมาก คุณทำได้ยังไงกัน?”
เซียวชูหรันเอ่ยพูด “เคลลี่ เวสท์เป็นคนช่วยน่ะ เธอเป็นคนรับผิดชอบการจัดMaster Classในปีนี้ เลยมีโควตาพิเศษอยู่ในมือ เธอบอกว่าเธอจะเอาสิทธิ์นี้ไปให้ใครก็ได้ เลยเอามาให้ฉัน”
เย่เฉินเอ่ยถามอย่างสงสัย “ชูหรัน ถ้าว่ากันตามเหตุผลโควตานี้มีมูลค่าสูงมากเลยนะ คุณเองก็เพิ่งรู้จักกับเธอได้ไม่นาน ทำไมเธอถึงกล้าให้โควตากับคุณไวจังล่ะ?”
เซียวชูหรันเอ่ยพูดอย่างขัดเขิน “ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน วันนี้เธอนัดฉันกับคุณจานไปทานข้าว เธอถามฉันบนโต๊ะอาหารว่ายินยอมที่จะไม่อยู่เมืองจินหลิงเป็นเวลาหนึ่งเดือนไหม ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจว่าหมายถึงอะไร ต่อมาพวกเธอถึงได้บอกว่าอยากแนะนำให้ฉันไปเข้าร่วมMaster Classในปีนี้”
ขณะที่พูด เซียวชูหรันก็เอ่ยพูดอย่างสับสนว่า “แม้ว่าหลายวันมานี้ฉันจะเข้ากับพวกเธอได้เป็นอย่างดี แต่ลึกในใจ ฉันเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่าทำไมเคลลี่ถึงได้ให้โควตานี้กับฉัน…..ฉันได้ยินมาว่าถ้าจะขายโควตานี้ราคาอย่างน้อยก็อยู่ที่สามล้านดอลล่า เพราะว่ามีนักออกแบบหลายคนอยากอาศัยMaster Classเพื่อสร้างเม็ดเงินให้ตัวเอง ทุกคนเลยยอมรับในตัวมูลค่าของมัน”
เธอมองมาที่เย่เฉินด้วยใบหน้าคาดหวัง เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ้อนๆว่า “ที่รัก…..คุณไปกับฉันด้วยได้ไหม?”
เย่เฉินนิ่งไปเล็กน้อย เอ่ยถามว่า “ชูหรัน คุณอยากให้ผมไปอเมริกาด้วยเหรอ?”
“ใช่…..” เซียวชูหรันพยักหน้าเบาๆ เอ่ยพูดด้วยใบหน้าอ้อนวอนว่า “ถ้าคุณปล่อยให้ฉันไปอเมริกาคนเดียวนานๆ ฉันต้องไม่มั่นใจแน่ๆ อีกอย่าง…..อีกอย่าง…..”
เซียวชูหรันพูดคำว่าอีกอย่างติดกัน แล้วก้มหน้าลงอย่างขวยเขิน เอ่ยพูดเสียงเบาว่า “อีกอย่างฉันไม่อยากอยู่ห่างจากคุณนานขนาดนี้……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...