เฟ่ยเจี้ยนจงฟังจบ ก็พึมพำออกมาว่า “ผมให้พี่ดูดวงให้ผมนะ พี่จะมาพูดเนื้อเพลงให้ผมฟังทำไมเนี่ย…..”
“ไอ้โง่!” ล่ายชิงหวาดุออกมาเสียงต่ำ เลิกคิ้วเอ่ยถามเขาว่า “มันเป็นคำสุภาษิตของมันอยู่ดีๆ ถูกคนเอาไปใส่ในเพลงแค่นี้ ก็หาว่าฉันพูดเนื้อเพลงแล้วเหรอ?”
เฟ่ยเจี้ยนจงเอ่ยพูดว่า “พี่ล่าย ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้น ผมหมายความว่า รบกวนพี่ช่วยอธิบายเป็นภาษาที่ผมเข้าใจให้หน่อยได้ไหม”
ล่ายชิงหวาส่ายหน้าอย่างจนใจ “ความหมายตรงตัวมันก็อธิบายชัดเจนแล้วนะ ก็คือมองไม่ชัด มองไม่ทะลุ อีกอย่างเรื่องนี้มันก็ซับซ้อนมาก ปัจจัยภายนอกเยอะ ตัวแปรก็ใหญ่ สภาพการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดทุกวินาที และมันก็เกินขอบเขตความสามารถของฉันด้วย”
เมื่อเฟ่ยเจี้ยนจงฟังมาถึงตรงนี้ ก็ลูบขมับอย่างทำอะไรไม่ได้ โอดครวญออกมาว่า “ถ้าอย่างพี่ยังมองไม่ทะลุ ผมก็คงไม่เหลือ”
เขาพูดพร้อมกับมองออกไปนอกหน้าต่าง ถอนหายใจออกมาเบาๆ “เฮ้อ แป็บๆก็ผ่านไปหลายปีแล้ว…”
ล่ายชิงหวามองออกไปนอกหน้าต่าง เอ่ยถามเขาว่า “เจี้ยนจง บรรพบุรุษแกเป็นฮุยโจวใช่ไหม?”
“ใช่” เฟ่ยเจี้ยนจงพยักหน้า “คนฮุยโจวโดยกำเนิด”
ล่ายชิงหวาถอนหายใจ “บรรพบุรุษเป็นพ่อค้าชาวฮุยโจว ไม่แปลกที่ชีวิตแกจะประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจแบบนี้”
พูดจบ ล่ายชิงหวาก็มองมาที่เขา เอ่ยพูดว่า “เจี้ยนจง แกกับฉันอายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ฉันขอถามอะไรแกหน่อย แกอย่าหาว่าเป็นการเสียมารยาทเลยนะ”
เฟ่ยเจี้ยนจงเอ่ยขึ้น “พี่ล่ายถามมาได้เลย”
เฟ่ยเจี้ยนจงหัวเราะแล้วพูดว่า “ข้อนี้ผมไม่เหมือนพี่นะ ตระกูลล่ายของพวกพี่มองเห็นโชคชะตาของกันและกันอย่างหมดเปลือก เพราะแบบนั้นเลยเฉยชาต่อสายเลือดเดียวกัน แต่ผมเคี่ยวเข็ญลูกชายลูกสาวมาเองกับมือ หลายครั้งสายเลือดก็ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง รวมไปถึงชีวิตของตัวเองด้วย”
“ก็ขอให้สมพรปาก” ล่ายชิงหวาหัวเราะออกมาอย่างปฏิเสธไม่ได้ และไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมาอีก
ในใจของเฟ่ยเจี้ยนจงตอนนี้เหมือนปล่อยวางแล้ว หลังจากถอนหายใจอย่างปลงๆ ก็เอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายๆ เมียงมองไปยังนอกหน้าต่างเงียบๆ
สิบนาทีต่อมา โบอิ้ง747ที่เฟ่ยเจี้ยนจงนั่งมา ก็ลงจอดที่สนามบินจินหลิง
วินาทีที่เครื่องลงจอด ถึงแม้ตัวเครื่องกับพื้นดินเกิดการกระแทกกันจะเป็นเรื่องปกติ แต่กระนั้นก็ยังทำให้หัวใจของเฟ่ยเจี้ยนจงเต้นแรงอยู่วูบหนึ่งอย่างไม่อาจควบคุมได้ แพทย์ประจำตัวรีบเข้ามาช่วยทำให้เขาผ่อนคลายด้วยสารพัดวิธี หัวใจของถึงได้ค่อยๆคลายตัวลง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...