ขณะที่พูด เย่เฉินก็ตบหลังมือของเธอไปด้วย เอ่ยพูดว่า “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ผมจะจัดการเอง”
จากนั้น เย่เฉินก็มองมาที่พนักงานขาย ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วพูดว่า “ก็ได้ เห็นแก่ที่เจ้านายของพวกนายกำลังจะมาเป็นลูกค้าของฉัน ฉันก็ควรที่จะอุดหนุนเขาให้ดีๆหน่อย”
เจ้านายที่เย่เฉินพูดถึง คือเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ที่เพิ่งนำแบรนด์เข้ามาเมื่อไม่นานมานี้
เจ้าพ่อแบรนด์เนมคนนี้ ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของแบรนด์หลากหลายทั่วโลก มีมูลค่าทะลุล้านล้าน
หรือพูดง่ายๆว่า เขาเพิ่งมาถึงเมืองจินหลิงวันนี้ และคนที่จองห้องเพรสซิเด้นท์สูทของโรงแรมป๋ายจินฮ่านกง ก็คือเขานั่นเอง
แต่ว่า พนักงานขายกลับไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้น เขาคิดว่าคำว่าเจ้านายที่เย่เฉินพูดออกมา คือหัวหน้าในร้าน
เมื่อได้ยินเย่เฉินพูดคำนี้ออกมา เขาก็เดาว่าเย่เฉินน่าจะกำลังขู่ให้กลัว ก่อนหน้านี้เคยเจอมาเยอะเวลาคนมาซื้อของ เอะอะก็บอกว่ารู้จักกับหัวหน้าในร้าน หรือไม่ก็ผู้จัดการสาขา เพียงเพราะอยากกระจายซื้อน้อยๆ แต่ว่าส่วนใหญ่ที่พูดออกมาแบบนี้ก็มีแต่โกหกทั้งนั้น
ดังนั้น เขาจึงเอ่ยพูดอย่างไม่แยแสว่า “ต้องขอโทษด้วยครับ หัวหน้าร้านของเราบอกว่า วิธีพูดชื่อของเขาใช้ไปก็ไม่ได้ผลหรอก นอกเสียจากเขาจะออกมาต้อนรับเอง คุณบอกว่าคุณรู้จักหัวหน้าร้านงั้นเหรอ ให้ผมเรียกเขาออกมาให้ไหม พวกคุณจะได้คุยกันต่อหน้า?”
เย่เฉินฟังจบ ก็หลุดหัวเราะออกมา
ดูเหมือนว่า คนระดับต่ำนี้ ต่อให้พยายามทำตัวเป็นผู้ดีขนาดไหน ก็คงอยู่ได้แค่ในระดับต่ำๆเท่านั้น
ดูอย่างพนักงานขายคนนี้ที่คิดว่าเจ้าหน้าที่เขาพูดถึงหมายถึงหัวหน้าร้านของพวกเขาเอาก็แล้ว แค่นี้ก็พอจะมองออกแล้วว่าโลกแคบจนน่าสงสารขนาดไหน
เย่เฉินโบกมือ แล้วพูดยิ้มๆว่า “ไม่ต้องๆ ฉันไม่ได้หมายถึงหัวหน้าร้านของพวกนาย”
เย่เฉินขี้เกียจพูดอะไรเยอะแยะ จึงสะบัดมือแล้วพูดลอยๆว่า “เอาเป็นว่า ฉันจะกระจายซื้อหนึ่งล้าน เอาทุกอย่างที่ร้านพวกนายขายไม่ออก”
ในตอนนี้เอง เซียวชูหรันก็พูดว่า “ที่รัก คุณบ้าไปแล้วหรือเปล่า ราคากระเป๋าไม่กี่แสน แต่กระจายซื้อสินค้าอย่างอื่นตั้งเป็นล้าน…..แบบนี้มัน…..มันแพงเกินไปแล้ว……”
เย่เฉินยิ้มออกมาอย่างลึกลับ เอ่ยพูดว่า “ที่รัก ผมไม่ได้บ้า ก็แค่อยากหาโอกาสดีๆในการหาเงิน คุณไม่ต้องห่วง เงินที่เสียไปกับการกระจายซื้อในวันนี้ ผมเอากลับมาได้ทั้งเงินทุนทั้งกำไรแน่ๆ”
เซียวชูหรันทำหน้างุนงง ไม่เข้าใจที่เย่เฉินพูดว่าหมายความว่ายังไง
แต่เธอรู้จักการใช้อุบายของเย่เฉินเป็นอย่างดี ในเมื่อเย่เฉินพูดมาแบบนี้แล้ว ก็คงไม่ใช่แค่พูดลอยๆอย่างแน่นอน
ดังนั้น เธอจึงเอ่ยถามเย่เฉินอย่างอดไม่ได้ว่า “ที่รัก คุณว่าพนักงานขายคนนั้น คงไม่ได้ตั้งใจหลอกขายเราหรอกใช่ไหม?”
เย่เฉินแสยะยิ้ม “ผู้ชายแมนๆไม่มีใครสะดีดสะดิ้งเท่านี้หรอก แถมมชื่อภาษาอังกฤษยังใช้Vivian คุณว่าคนแบบนี้ จะมีความกล้าเท่าไหร่กันเชียว?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...