เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ไม่คิดว่าเย่เฉินบอกล้มโต๊ะก็ล้มโต๊ะทันที
เขาไม่กล้านำเรื่องการประมูลมาล้อเล่น แม้ว่าเขาจะมีมูลค่าทรัพย์สินมากกว่าหนึ่งล้านล้าน แต่ถ้าไม่มีชีวิตอยู่เสพสุข สามารถกล่าวได้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้มันก็ไร้ค่า
ดังนั้น เขายอมแพ้ทันที และรีบขอร้องอ้อนวอนว่า “สุภาพบุรุษท่านนี้ อย่าเพิ่งโกรธ มีอะไรพูดกันดี ๆ!”
“ได้โปรดบอกผู้จัดการทั่วไปเฉินว่าผมยินดีที่จะซื้อพ่วงสินค้า!”
หลังจากกล่าวจบ เขายื่นมือที่สั่นเทาแล้วชี้ไปที่ราชลัญจกรจีนที่อยู่ในมือของจางเอ้อเหมากัดฟันและกล่าวว่า “นั่นคือราชลัญจกรจีนใช่ไหม? ผมซื้อแล้ว!”
เย่เฉินกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าคุณซื้อแค่ราชลัญจกรจีน มันอาจจะไม่เพียงพอ.....”
หัวใจของเบอร์นาร์ด อาร์โนลต์กระตุก กำหมัดไว้แน่น และถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “แล้ว...แล้วต้องการให้ผมซื้ออะไรอีก!”
หลังจากล่าวจบ เขาเหลือบมองที่ห่อผ้าสินค้าปลอมของจางเอ้อเหมาและกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ผมซื้อถ้วยเหล้าทองสัมฤทธิ์ด้วย แบบนี้ได้หรือยัง?”
เย่เฉินส่ายศีรษะ ดึงใบเสร็จรายการซื้อพ่วงสินค้าที่ตนเองไปซื้อตอนเที่ยง และกล่าวว่า “คุณดูเองสิ เจ้านายของพวกเราได้ซื้อพ่วงสินค้าหลายสิบรายการในร้านของคุณ และตอนนี้คุณซื้อพ่วงสินค้ากับพวกเราแค่สองชิ้น ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผลใช่ไหม?”
เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์กล่าวโพล่งออกมาว่า “แต่...แต่ในรายการของคุณนั้น สินค้าทั้งหมดในรายการรวมกันแล้วเพียงหนึ่งล้านหยวนเท่านั้น! นี่....นี่แค่ราชลัญจกรจีนชิ้นนี้ก็มีมูลค่าสามสี่ร้อยล้านหยวนแล้ว แพงกว่าหลายร้อยเท่าแล้ว ถึงแม้จะเป็นการแก้แค้น แต่ก็ไม่ควรโหดเหี้ยมขนาดนี้.......”
เย่เฉินกล่าวอย่างเคร่งขรึม “ทุกคนล้วนเป็นนักธุรกิจ พวกเขาให้ความสำคัญกับการปฏิบัติต่อคนอื่นเสมือนคนอื่นปฏิบัติต่อตน หากคุณยืนกรานที่ว่าการกระทำเช่นนี้เป็นการแก้แค้น มันก็จะไม่มีความหมายอะไรอีกแล้ว เมื่อสักครู่ผมพูดแล้วว่าพวกเราไม่บังคับซื้อขาย ถ้าคุณไม่พอใจ พวกเราจะไม่ทำธุรกิจนี้ต่อ”
จางเอ้อเหมาเปิดห่อผ้าอย่างรวดเร็ว ค้นหาภายในครู่หนึ่ง และพบม้วนภาพ จากนั้นส่งให้เย่เฉินและกล่าวว่า “อาจารย์เย่ นี่เป็นของดี คุณสามารถเปิดดูได้”
เย่เฉินหยิบม้วนภาพขึ้นมา และทันทีที่จับม้วนภาพเขาก็รู้สึกว่ามันเป็นกระดาษซวนจื่อ และแน่นอนว่ามันต้องเป็นภาพวาดสมัยใหม่
หลังจากนั้น เขาเปิดภาพวาดอย่างช้า ๆ และประหลาดใจเมื่อเห็นภาพทั้งหมด
นี่.....เป็นภาพวาดระดับโลก - โมนาลิซ่า
แถมยังเป็นภาพโมนาลิซ่าในแบบภาพวาดจีนอีกด้วย!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...