ผู้จัดการร้านไม่คิดว่าหวางต้าหลงจะกล่าวประโยคนี้ออกมา
สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธทันทีและกัดฟันด่าว่า “แม่งฉิบหายคุณยังงกอีก! พวกเราถูกไล่ออก! และไม่ได้รับค่าชดเชยจากการเลิกจ้างแม้แต่หยวนเดียว! และกลุ่มกล่าวว่าพวกเรามันทำให้แบรนด์เสียหายอย่างร้ายแรง และทำให้กลุ่มต้องสูญเสียมหาศาล ดังนั้นจะสงวนสิทธิ์ในการฟ้องร้องพวกเรา! บางทีพวกเราอาจจะต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับกลุ่ม!”
หวางต้าหลงเหมือนถูกฟ้าผ่า ดวงตาของเขามืดลงและหมดสติไป
ต้องขอบคุณเพื่อนร่วมงานหญิงที่เอาน้ำแข็งมาเทใส่หน้าเขา ทำให้เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง
ขณะนี้ เขาร้องไห้ออกมาและกล่าวว่า “เป็นเช่นนี้ได้อย่างไร! ถ้าไม่จ่ายคอมมิชชั่นให้ผม แล้วเดือนหน้าผมจะไปรับรถอย่างไร?.....ผมเพิ่งจ่ายเงินมัดจำหนึ่งแสน หยวนไป ถ้าเดือนหน้าผมไม่สามารถไปรับรถได้ เงินหนึ่งแสนหยวนของผมก็จะสูญเปล่า! ผมใช้เวลาเก็บตั้งนานถึงจะสามารถเก็บเงินได้หนึ่งแสนหยวน และมันมาจากหยาดเหงื่อแรงกายของผม!”
“ถึงขนาดนี้แล้ว ยังคิดถึงเรื่องรถอีก....” ผู้จัดการร้านโกรธจนไม่มีแรงจูงใจที่จะชกเขาอีกต่อไป เหวี่ยงเขาลงบนพื้น กล่าวอย่างเย็นชาว่า “หวางต้าหลง คุณเป็นคนเกินเยียวยาจริง ๆ พรุ่งนี้กลุ่มจะส่งคนมาจัดการขั้นตอนการเลิกจ้างพวกเรา นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไป ร้านจะไม่เปิดทำการอีกแล้ว คุณกลับไปคิดว่าต่อไปจะทำอย่างไร!”
เพื่อนร่วมงานชายคนหนึ่งกล่าวด้วยความโมโหว่า “ผู้จัดการร้าน คุณจะปล่อยไอ้สารเลวไปง่าย ๆ แบบนี้หรือ!”
ผู้จัดการร้านถอนหายใจ ชี้หวางต้าหลงซึ่งใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด แล้วถามชายคนนั้นว่า “ตอนนี้เขามีสภาพเช่นนี้แล้ว ถึงจะฆ่าเขาแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ถึงจะฆ่าเขา กลุ่มก็ลงโทษพวกเราเหมือนเดิม พวกเรานั้นไม่มีอะไรมากไปกว่าออกจากร้านนี้แล้วติดคุกทันที!”
ทุกคนต่างพูดไม่ออก
พวกเขารู้สึกเกลียดหวางต้าหลงจริง ๆ แต่อย่างที่ผู้จัดการร้านพูด ตอนนี้ฆ่าเขาก็ไม่มีประโยชน์อะไร?
ทันทีที่สายเชื่อมติด เขารีบถามอีกฝ่ายทันที “เสี่ยวลิ่ว ผมไม่ต้องการรถคันนั้นแล้ว คืนเงินหนึ่งแสนหยวนให้ผมได้ไหม?”
พออีกฝ่ายได้ยินก็กล่าวโพล่งออกมาทันทีว่า “อย่ามาล้อเล่นกับผม? ผมขับรถไปเก็บไว้ที่โกดังแล้ว และรอคุณมารับรถในเดือนหน้า ตอนนี้คุณมาบอกผมว่าไม่ต้องการรถแล้ว คุณแกล้งผมหรือ?”
“ไม่ใช่...” หวางต้าหลงรีบกล่าวว่า “เสี่ยวลิ่ว เรื่องนี้พูดแล้วมันยาว เหตุผลสำคัญคือค่าคอมมิชชั่นของเดือนหน้ามีปัญหานิดหน่อย ดีไม่ดีผมอาจจะไม่ได้ค่าคอมมิชชั่นแล้ว ถ้าไม่ได้คอมมิชชั่น ผมจะเอาอะไรไปรับรถ?”
“บัดซบ!” อีกฝ่ายแอบด่า และกล่าวโพล่งออกมา “เมื่อสักครู่คุณสาบานว่ามันไม่มีปัญหาอะไรไม่ใช่หรือ?”
หวางต้าหลงกล่าวอย่างจำใจ “ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้......ตอนนี้เงินก้อนนี้มีเปอร์เซ็นต์ที่จะไม่ได้สูงมาก ดังนั้นผมขอให้คุณช่วยผมด้วย ช่วยคืนรถคันนี้ด้วย!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...