อีกฝ่ายอธิบายว่า “คุณยืมเงินสองแสนสองหมื่นหยวน ดอกเบี้ยพันล่ะห้าต่อวัน ซึ่งเท่ากับดอกเบี้ยวันล่ะหนึ่งพันกว่าหยวน และการกู้ขั้นต่ำคือสิบวัน ถ้าคุณใช้เงินเกิน สิบวัน ดอกเบี้ยจะจ่ายจริง และถ้าใช้เงินไม่ถึงสิบวัน ไม่ว่าจะกี่วันก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยสิบวัน”
หวางต้าหลงกล่าวด้วยความตกใจว่า “งั้นดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียวก็หนึ่งหมื่นกว่าแล้ว! ถ้าขายรถขาดทุนอีกสองสามหมื่น งั้นก็ขาดทุนทั้งหมดสี่หมื่นกว่าแล้ว”
อีกฝ่ายกล่าวอย่างจำใจ “แต่มันดีกว่าขาดทุนหนึ่งแสนไม่ใช่หรือ? ตอนนี้คุณถอยไม่ได้อีกแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือหยุดการสูญเสียให้ทัน!”
หวางต้าหลงตกตะลึงครู่หนึ่ง คิดว่าสิ่งที่เพื่อนตนเองกล่าวนั้นถูกต้อง ตอนนี้การหยุดความสูญเสียเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขารีบกล่าวว่า “เสี่ยวลิ่ว วันนี้คุณช่วยผมติดต่อพี่ใหญ่คนนั้นหน่อย ผมต้องการนำรถออกมาเร็วที่สุด แล้วรีบขายมันให้เร็วที่สุด เพื่อเอาเงินของผมกลับคืนมาให้มากที่สุด..... ”
อีกฝ่ายกล่าวว่า “ไม่มีปัญหา ผมจะให้ที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ คุณสามารถไปหาเขาได้โดยตรง แล้วบอกว่าผมเป็นคนแนะนำมา คาดว่าเขาน่าจะลดดอกเบี้ยให้อีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์”
หวางต้าหลงกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า “เสี่ยวลิ่ว ขอบคุณมาก!”
“ไม่ต้องเกรงใจ” อีกฝ่ายรีบกล่าวว่า “พวกเราเป็นเพื่อนกัน ผมต้องช่วยคุณอย่างแน่นอน! ผมได้ส่งข้อมูลการติดต่อและที่อยู่ไปให้คุณทางวีแชทแล้ว คุณรีบไปเถอะ และพยายามมารับรถให้เร็วที่สุด ผมจะได้หาคนช่วยขายรถ”
“โอเค!” หวางต้าหลงรีบกล่าวว่า “งั้นผมจะไปเดี๋ยวนี้!”
หวางต้าหลงวางสายแล้วลุกขึ้นจากพื้นด้วยความยากลำบาก เขาไม่สนใจที่จะทักทายผู้จัดการร้าน และรีบเดินออกไปจากห้างสรรพสินค้า ขึ้นรถเท็กซี่และรีบไปยังที่อยู่ที่เสี่ยวลิ่วส่งให้ตนเอง
หลังจากนั้น เจ้านายก็ถามอีกว่า “เสี่ยวลิ่ว คุณต้องแน่ใจว่าไอ้เด็กนั้นยังสามารถจ่ายเงินคืนได้! แม่งฉิบหายไม่ใช่ว่าเจ้าโง่นั้นทำผิดพลาดแล้วปล่อยเลยตามเลยน่ะ ถ้าเช่นนั้นอย่างมากสุดผมก็เอารถกลับคืนมาได้เท่านั้น แล้วก็ได้เงินของเขาอีกแค่หนึ่งแสนหยวน เช่นนั้นมันจะไม่มีความหมายอะไรน่ะ”
เสี่ยวลิ่วรีบกล่าวว่า “เจ้านาย พ่อแม่ของไอ้โง่นั้นมีบ้านหนึ่งร้อยตารางเมตรอยู่ในเมือง ซึ่งมีมูลค่าสองล้านหยวน ขอเพียงแค่เขาเป็นหนี้เงินกู้ เมื่อถึงเวลานั้นแล้วเขาจะต้องให้พ่อแม่ขายบ้านเพื่อช่วยตนเองอย่างแน่นอน!”
“ดีมาก!” เจ้านายยิ้มอย่างมีความสุข จุดบุหรี่และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “ขอเพียงแค่ยังมีทรัพย์สินในครอบครัวที่สามารถขายได้ก็เพียงพอแล้ว”
หลังจากกล่าวจบ เขาโยนบุหรี่ให้เสี่ยวลิ่วหนึ่งมวน และกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “รอจนสูบเงินของเขามาหมดแล้ว ไม่ว่าสุดท้ายจะได้เงินมากแค่ไหน คุณก็จะได้รับค่าคอมมิชชั่นสิบเปอร์เซ็นต์!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...