หลังจากกล่าวจบ เธอมองเวลาแล้วกล่าวว่า “คุณปู่ คุณควรจะพักผ่อนได้แล้ว ช่วงสองวันนี้ฉันจะทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยอยู่ข้างนอก เมื่อการประมูลจบลงแล้ว ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ฉันก็จะพยายามวางแผนให้คุณได้พบอาจารย์เย่”
“โอเค!” เฟ่ยเจี้ยนจงกล่าวว่า “ถ้ามีเรื่องอะไรก็โทรหาผม แต่ผมคาดว่าวันประมูลนั้นคงไม่สามารถนำโทรศัพท์มือถือเข้าไปได้ หากมีสถานการณ์อะไร ให้รอจนกว่าจะงานประมูลจะสิ้นสุดลงแล้วค่อยว่ากัน”
“ค่ะ”
……
ขณะเดียวกัน เฉินจื๋อข่ายได้รายงานต่อเย่เฉินอย่างละเอียด โดยบอกเขาว่า “คุณชาย ตอนนี้ผู้สมัครทั้งหมดที่เข้าร่วมการประมูล ล้วนพักอาศัยอยู่ในโรงแรมป๋ายจินฮ่านกงแล้ว และมีอีกยี่สิบสองคนที่เป็นตัวสำรอง คือลำดับที่ 201 ถึง 220 จะมาถึงเมืองจินหลิงในวันพรุ่งนี้”
เย่เฉินพยักหน้าเล็กน้อยและสั่งว่า “ไม่ต้องเรียกเก็บเงินค่าที่พักและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผู้สมัครสำรองเหล่านั้น ผมคิดว่าพวกเขาอาจจะมาเสียเที่ยว เมื่อถึงเวลาแล้วเกรงว่าพวกเขาอาจจะไม่มีสิทธิ์เข้าไปในสถานที่ประมูลด้วยซ้ำ”
“ครับ อาจารย์เย่” เฉินจื๋อข่ายตอบตกลง และรีบถามว่า “คุณชาย คราวนี้พวกเราจะปล่อยให้พวกเขามาเสียเที่ยวหรือ? มีไม่น้อยเลยที่มาจากต่างประเทศ และการเดินทางมานั้นทำให้พวกเขาเหนื่อยยากไม่น้อย”
เย่เฉินครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “เอาอย่างนี้ ถ้าสุดท้ายพวกเขาไม่มีโอกาสแทนที่คนอื่น ในวันประมูลก็ให้พวกเขาผ่านด่านตรวจสอบความปลอดภัยแล้วเข้าไปนั่งดูการประมูล แต่พวกเขาทำได้เพียงดูเท่านั้น ไม่สามารถถือป้ายเข้าร่วมการประมูลได้ เพื่อให้พวกเขามีโอกาสได้เห็นผลของยาอายุวัฒนะ เพราะอย่างไรเสียคนเหล่านี้มาที่นี่ก็เพื่อยาอายุวัฒนะ”
เนื่องจากการไหลเข้ามาของเศรษฐีเหล่านั้น ทำให้การประมูลงานเย่เฉิน ยิ่งอยู่คนยิ่งตั้งหน้าตั้งตารอมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตอนนี้เขายังไม่รู้หรอกว่าหลังจากผ่านการโปรโมตรแล้ว คราวนี้ยาอายุวัฒนะจะสามารถประมูลได้ราคาเท่าไหร่
แต่มีสิ่งหนึ่งที่เขารู้อย่างชัดเจน ขอเพียงแค่ในงานประมูล ทำให้เศรษฐีเหล่านั้นเห็นถึงผลยาอายุวัฒนะด้วยตาตนเอง ซึ่งจะทำให้แต่ละคนมีความปรารถนาในยาอายุวัฒนะมากขึ้นเป็นหมื่นเท่า
“โอเค” เย่เฉินพยักหน้าเบา ๆ และถาม “คุณท่านมาถึงเมืองจินหลิงแล้วหรือยัง?”
เฉินจื๋อข่ายรู้ว่าคุณท่านที่เขากำลังพูดถึงต้องเป็นเย่โจงฉวนคุณปู่ของเขาอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงรีบกล่าวว่า “คุณท่านมาถึงแล้ว ผมจัดให้เขาอยู่ในอาคารอำนวยการแล้ว แต่แยกพื้นที่กับแขกวีไอพีอีกสองคนนั้น”
เย่เฉินถามเขาว่า “ท่านล่ายและอดีตราชินียุโรปเหนือก็อยู่ที่นี่แล้วใช่ไหม?”
เฉินจื๋อข่ายพยักหน้าและกล่าวว่า “ใช่ครับ คุณชาย พวกเขาล้วนมาถึงแล้ว”
เย่เฉินกล่าวว่า “คุณช่วยโทรไปที่ห้องท่านล่ายและถามเขาว่าสะดวกไหม ถ้าสะดวกผมจะไปเยี่ยมเยือน”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...