และขณะนี้ เฟ่ยเข่อซินรู้สึกว่าแผนการและจังหวะทั้งหมดของเธอถูกรบกวนโดยคำเชิญอย่างกะทันหันของเย่เฉิน
กระทั่งเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจุดประสงค์ของเย่เฉินคืออะไร
แค่อยากจะเชิญตนเองไปเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้จริง ๆ หรือสังเกตเห็นแรงจูงใจของตนเองแล้ว ดังนั้นจึงเจตนาใช้แผนซ้อนแผน
ดังนั้น เธอจึงไม่รู้ว่าจะตอบสนองอย่างไรอยู่ชั่วขณะหนึ่ง
ขณะที่เธอไม่รู้จะทำอย่างไร เย่เฉินถามว่า “คุณจาน คุณไม่สนใจงานประมูลแบบนี้ใช่ไหม? ความจริงคุณไม่ต้องกังวลมากเกินไป ผมไม่ได้ช่วยบริษัทประมูลดึงลูกค้า เพียงแต่คิดว่างานประมูลครั้งนี้น่าสนใจ ดังนั้นจึงอยากเชิญคุณซึ่งเป็นแขกจากแดนไกลไปชมงานประมูล และจะได้เป็นฆ่าเวลา”
หลังจากนั้น เย่เฉินหัวเราะแล้วกล่าวว่า “เพราะอย่างไรเสียผมก็แต่งงานแล้ว ถ้าผมชวนคุณไปดูหนัง มันค่อนข้างไม่เหมาะสม แต่ถ้าคุณจานไม่สนใจก็ไม่เป็นไร คุณไม่ต้องรู้สึกมีภาระ”
คำพูดของเย่เฉิน ทำให้เฟ่ยเข่อซินคลายความกังวลไม่น้อย และกล่าวอย่างรวดเร็วว่า “ไม่ ไม่ ฉันสนใจงานประมูลคราวนี้เป็นอย่างมาก”
หลังจากนั้น เพื่อไม่ให้ตนเองแสดงออกมาว่าเธอรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับการประมูลครั้งนี้ เธอแสร้งทำเป็นสงสัยและถามว่า “คุณเย่ ขอถามว่างานประมูลนี้ ประมูลของอะไร?”
เย่เฉินรู้ว่าเฟ่ยเข่อซินกำลังแสดงอยู่ ดังนั้นเขาจึงหัวเราะอย่างเป็นกันเองและกล่าวว่า “ส่วนใหญ่เป็นงานเขียนพู่กันและภาพวาดโบราณ นอกจากนั้นยังมียาเล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วย แต่ประสิทธิผลของยานั้นวิเศษมาก ไม่รู้ว่าคุณจานจะยินดีไปชมหรือไม่?”
ใจของเฟ่ยเข่อซินรู้สึกขัดแย้งมาก เพราะคุณปู่ได้พาหยวนจื่อซูมาพักอาศัยอยู่ในโรงแรมป๋ายจินฮ่านกงแล้ว ดังนั้นเธอจึงเตรียมใจแล้วว่าคงจะไม่สามารถเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้ได้
เฟ่ยเข่อซินรู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย เมื่อเป็นเช่นนี้ สิ่งเดียวที่ตนเองต้องกังวลคือท่านล่าย
ดังนั้น เธอจึงถามด้วยความสงสัย “คุณเย่ งานประมูลที่คุณพูดถึงคราวนี้ มีแขกวีไอพีทั้งหมดกี่คน เมื่อถึงเวลานั้นแขกวีไอพีคนอื่นจะนั่งในห้องวีไอพีส่วนตัวหรือไม่?”
เย่เฉินรู้ว่าเธอกังวลเรื่องอะไร จึงกล่าวทันทีว่า “คุณจานไม่ต้องกังวลไป คราวนี้มีแขกวีไอพีเพียงสี่คนเท่านั้น และคุณเป็นคนหนึ่งในสี่ นอกจากคุณแล้ว แขกวีไอพีคนอื่น ๆ จะนั่งอยู่แถวแรกทั้งหมด หากคุณเลือกที่จะนั่งอยู่ในห้องวีไอพีส่วนตัว คุณจะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับพวกเขา”
เฟ่ยเข่อซินถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อเป็นเช่นนี้ เธอไม่มีอะไรต้องกังวลอีกแล้ว
ดังนั้น เธอจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “เยี่ยมมาก ฉันเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่ในที่สาธารณะ แต่ฉันก็อยากมีโอกาสได้เห็นโลกภายนอก! ไม่มีอะไรดีไปกว่าการจัดการแบบนี้อีกแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...