จากนั้นควีนเฒ่าก็กลับไปนั่งบนเก้าอี้ของเธอและกล่าวอย่างซาบซึ้งว่า “ขอบคุณคุณเย่สำหรับคำเชิญพิเศษนี้ ไม่อย่างนั้นฉันคงจะไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการประมูลครั้งนี้”
เย่เฉินยิ้มและพูดว่า “ผมเห็นคุณเองก็แข่งขันประมูลไปหลายรอบในตอนแรก รู้สึกอย่างไร?”
ควีนเฒ่าพูดอย่างอึดอัด "นั่นเป็นเพราะฉันประเมินความสามารถตัวเองสูงไป...เดิมฉันคิดว่าหากทุ่มเทสมบัติทั้งหมดที่มี บางทีก็อาจจะสามารถประมูลยาอายุวัฒนะชุดแรกมาได้ คิดไม่ถึงว่าชุดแรกจะมีราคาสูงถึงสองพันล้านดอลลาร์ นี่มากกว่าความมั่งคั่งของตระกูลอีเลียดเราทั้งหมดไปแล้ว... "
เย่เฉินยิ้มน้อยๆและกล่าวว่า “อันที่จริงที่ผมเชิญคุณมาเป็นแขกวีไอพี ก็แค่หวังว่าคุณจะมาคอยสนับสนุนผมในงาน การที่คุณไปประมูลด้วยตัวเอง นี่ถือเป็นการลดตัวคุณไปอยู่บ้างแล้ว”
ควีนเฒ่าหัวเราะสองที ในใจกลัวคิดว่า “ลดตัวแล้วจะถือเป็นอย่างไรกัน หากฉันสามารถประมูลยาอายุวัฒนะชุดแรกมาได้ ต่อให้ล้มละลายฉันก็ยินดี"
ต่อให้คิดแบบนั้นแต่ไหนเลยเธอจะพูดออกมาได้ เธอได้แต่พูดด้วยใบหน้าถ่อมตนว่า “คุณเย่พูดถูก เป็นฉันที่หุนหันไปเล็กน้อย”
เย่เฉินส่ายหัวและพูดอย่างจริงจังว่า “ฉันไม่ได้หมายความว่าคุณหุนหัน ผมหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับพวกเขา นั่นเพราะคุณเป็นแขกวีไอพีไม่ว่าคุณจะมีทรัพย์สินมากกว่าพวกเขาหรือไม่ก็ตาม แต่ตำแหน่งของคุณในที่นี้ของผมก็ล้วนสูงกว่าคนสองร้อยกว่าคนนั้น"
เมื่อได้ยินเช่นนี้ ในที่สุดความรู้สึกต่ำต้อยในใจของควีนเฒ่าก็คลายลงไปบ้างแล้ว
แม้ว่าความแข็งแกร่งของตนจะต่ำต้อย แต่ในเมื่อเย่เฉินไว้หน้าเธอมากขนาดนี้ อย่างนั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เธอนั่งหลังตรงอย่างเชิดหน้าชูตาได้แล้ว
ในความเป็นจริง แม้ว่าเธอจะล้มเหลวในการประมูลยาอายุวัฒนะในการประมูลคืนนี้ แต่การปรากฏตัวของเธอในฐานะแขกวีไอพีก็ทำให้เธอรู้สึกมีหน้ามีตาอย่างยิ่ง
หลังจากนั้น เขาก็มองไปที่ควีนเฒ่า และมองไปที่ล่ายชิงฮวาอีกครั้ง จากนั้นก็พูดอย่างจริงจังว่า “อ้อใช่ ครั้งนี้ผู้อาวุโสทั้งสองเดินทางมาจากแดนไกลอย่างยุโรปและอเมริกา ทำให้ผู้เยาว์รู้สึกซาบซึ้งอย่างมากจริงๆ ดังนั้นผู้เยาว์จึงเตรียมสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ ไว้ให้ทั้งสองท่าน ทั้งสองท่านอย่าได้รังเกียจ”
พูดจบ เย่เฉินก็หยิบกล่องไม้จันทน์สีแดงสองกล่องออกจากกระเป๋าของเขาและส่งให้ล่ายชิงหวาและควีนเฒ่าตามลำดับ
ดูเหมือนทั้งคู่จะเดาออกว่าเป็นไปได้อย่างยิ่งที่ในกล่องจะมียาอายุวัฒนะอยู่ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอยู่บ้างในทันที
แม้แต่ล่ายชิงฮวาชายชราผู้ผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายร้อยปีก็ยังยากที่จะควบคุมตนเองเอาไว้เช่นกัน
ในเวลานี้เองเย่เฉินก็เอ่ยขึ้น “ในกล่องไม้สองกล่องนี้ แบ่งออกเป็นหนึ่งในสี่ของเม็ดยาอายุวัฒนะ ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อยแก่ท่านผู้อาวุโสทั้งสอง ถือเป็นของติดไม้ติดมือสองชิ้นเท่านั้น ทั้งสองท่านอย่าได้หัวเราะเยาะ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...